A-Level เคมี คือ หนึ่งในข้อสอบปราบเซียนที่ขึ้นชื่อว่าโหดหินที่สุดในสนามสอบ TCAS เลยก็ว่าได้ครับ แต่น้อง ๆ รู้ไหมว่าความโหดของมันนี่แหละที่เป็นโอกาสทอง เพราะถ้าเราพิชิตคะแนนวิชานี้ได้ มันจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมที่พาเราเอาชนะคู่แข่งเพื่อคว้าคณะในฝันใน TCAS รอบ 2 และ รอบ 3 มาเป็นของเราให้ได้แบบสบายเลยครับ โดยเฉพาะคณะสายวิทย์สุขภาพอย่าง รอบกสพท. ได้แก่ แพทย์ ทันตะ เภสัช สัตวแพทย์ ที่ต้องใช้คะแนนวิชานี้เป็นหลัก พี่หมอเตอร์จะพามาเจาะลึกว่าข้อสอบที่ว่าปราบเซียนเนี่ย เขาออกเรื่องอะไรกันบ้าง? แล้วต้องเตรียมตัวยังไงถึงทำได้คะแนนสูง พร้อมเทคนิคเตรียมตัวสอบฉบับพี่หมอเตอร์
สำหรับการยื่นคะแนนสามารถใช้ยื่นได้ในระบบ TCAS ได้หลายรอบเลยครับ โดยรอบที่ใช้คะแนนบ่อยที่สุดจะเป็น รอบ 2 และ รอบ 3 ครับ เพราะเกือบทุกคณะสายวิทย์จะใช้คะแนนวิชานี้ในสัดส่วนที่สูงมาก
พี่หมอเตอร์ขอบอกเลยครับว่าคะแนนสอบ A-Level เคมี คือ ใบเบิกทางสู่คณะยอดฮิตสายวิทย์เกือบทั้งหมดเลยครับ โดยเฉพาะกลุ่มคณะยอดฮิตของเด็กสายวิทย์อย่าง กสพท. ทั้งแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ รวมถึงคณะสายเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารครับ
ข้อสอบวิชานี้คะแนนเต็ม 100 คะแนน มีทั้งหมด 35 ข้อ ระยะเวลาสอบ 90 นาที เฉลี่ยแล้วน้อง ๆ จะมีเวลาทำแค่ข้อละ 2 นาทีครึ่งเท่านั้น ดังนั้นความเร็วและความแม่นยำคือหัวใจสำคัญครับ ข้อสอบจะมีทั้งแบบปรนัย 5 ตัวเลือก และเติมคำตอบเป็นตัวเลข
เน้นความเข้าใจเรื่องโครงสร้างอะตอม, พันธะเคมี, แก๊ส, เคมีอินทรีย์ และพอลิเมอร์
พาร์ทนี้เคมีอินทรีย์เป็นบทที่น่าเก็บคะแนน ใครแม่นเรื่องปฏิกิริยาและโครงสร้างจะได้เปรียบมาก
เน้นบทคำนวณและวิเคราะห์อย่าง ปริมาณสารสัมพันธ์ อัตราการเกิดปฏิกิริยา สมดุลเคมี กรด-เบส และเคมีไฟฟ้า
ต้องแม่นการดุลสมการและการคำนวณโมล เพราะเป็นพื้นฐานที่ใช้เชื่อมโยงแทบทุกบทในพาร์ทนี้
เก็บคะแนนง่ายจากเรื่องความปลอดภัยในแล็บ การเตรียมสารละลาย และเรื่องโมลพื้นฐาน
พาร์ทนี้แม้น้อยแต่ห้ามทิ้ง เพราะเป็นข้อแจกคะแนน เน้นจำการใช้งานอุปกรณ์และความเข้มข้นสารละลายให้แม่นครับ
💡Tips&Tricks : พี่หมอเตอร์แนะนำว่าให้เก็บพาร์ทที่ 3 และพาร์ทที่ 1 ให้แม่น เพราะจะช่วยประหยัดเวลา แล้วไปลุยโจทย์แนวคำนวณยาว ๆ ในพาร์ทที่ 2 ดีกว่าครับ
สำหรับการเตรียมตัวสอบน้อง ๆ ต้องแบ่งกลุ่มเนื้อหาตามบทเรียนครับ เพราะ เนื้อหาเคมี ม.ปลาย มันเยอะมากและไม่ได้ออกแบบท่องจำอย่างเดียวครับ ส่วนใหญ่จะเป็นโจทย์วิเคราะห์ เชื่อมโยงหลายบท และมีคำนวณผสมกัน ถ้าเราจับกลุ่มได้จะช่วยเห็นภาพและจำง่ายขึ้น
เป็นพื้นฐานสำคัญที่ออกแทบทุกปี คือ อะตอมและตารางธาตุ พันธะเคมี และปริมาณสารสัมพันธ์ ซึ่งมักมีทั้งโจทย์คำนวณและวิเคราะห์สมบัติของสาร ถ้าพื้นฐานแน่นจะต่อยอดบทอื่นได้ง่ายมากครับ
เป็นพาร์ทที่ต้องใช้การวิเคราะห์และคำนวณ น้องต้องแม่นสูตรและต้องเข้าใจหลักการ
ถ้าเข้าใจหลักการและจำหมู่ฟังก์ชันได้ จะเป็นพาร์ทเก็บคะแนนง่ายเลยครับ โดยเฉพาะเรื่องสมบัติสารอินทรีย์ ปฏิกิริยาอินทรีย์ และพอลิเมอร์ ที่ข้อสอบปีหลังๆออกสอบค่อนข้างบ่อยครับ
💡Tips&Tricks : เคมีอินทรีย์ถ้าแม่นหลักการจะทำข้อสอบได้เร็วมาก เพราะโจทย์มักจะตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อนเท่าพาร์ทคำนวณครับ
ถ้าย้อนดูแนวข้อสอบ A-Level เคมีปีที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีบางบทที่ออกสอบแทบทุกปี และมักเป็นบทที่เก็บคะแนนได้เยอะ ถ้าน้องมีเวลาอ่านจำกัดควรเริ่มจากบทที่ออกบ่อยและคะแนนเยอะก่อน จะช่วยเพิ่มโอกาสทำคะแนนได้เร็วขึ้นครับ พี่หมอเตอร์คัดมาให้แล้วว่าบทไหนคือจุดที่น้องควรทำให้ได้
เป็นพาร์ทที่ออกเยอะที่สุดเลยครับ ให้เน้นเคมีอินทรีย์เป็นพิเศษเลยนะครับ เพราะถ้าจับทางได้น้องจะทำข้อสอบได้ไวมาก ช่วยประหยัดเวลาไปทำพาร์ทคำนวณได้เยอะเลย
พาร์ทที่พี่บอกว่าเก็บคะแนนง่าย เนื้อหาเยอะแต่ข้อสอบมักถามวนเรื่องเดิม ๆ เช่น การคำนวณหาปริมาณสาร , การคำนวณ pH , การดุลสมการรีดอกซ์ พี่หมอเตอร์อยากให้น้องฝึกทำโจทย์ ปริมาณสารสัมพันธ์ ให้คล่องที่สุด เพราะมันเป็นพื้นฐานที่ไปแทรกอยู่ในทุกบทของกลุ่มนี้ ถ้าพื้นฐานคำนวณโมลและดุลสมการแม่น พาร์ทนี้ก็ไม่ยากเกินเอื้อมครับ
ถึงจำนวนข้อจะน้อยแต่ก็เป็นพาร์ทที่เก็บคะแนนง่ายที่สุด เน้นเรื่องความปลอดภัยในแล็บ อุปกรณ์ทางเคมี หน่วยวัด และความเข้มข้นของสารละลาย
💡Tips&Tricks : พี่แนะนำให้เก็บกลุ่มทักษะปฏิบัติการและกลุ่มสมบัติสาร เพื่อตุนคะแนนไว้ก่อน ข้อสอบ A-Level ปีใหม่ๆ จะเน้นความเข้าใจ ถ้าเราเข้าใจความสัมพันธ์ของตัวแปร เช่น กฎของแก๊ส หรือสมดุลเคมี ต่อให้โจทย์จะพลิกแพลงแค่ไหน น้องก็ตีโจทย์แตกได้แน่นอน
ที่สำคัญอย่าลืมบริหารเวลานะครับ เพราะข้อสอบ A-Level เคมี จัดเป็นข้อสอบที่ Speed test มากๆ ถ้าน้องเจอโจทย์คำนวณในกลุ่มสมการเคมีที่ยาวเกินไป ให้ข้ามไปก่อนแล้วค่อยกลับมาเก็บทีหลังนะครับ

การฝึกทำโจทย์จริงคือวิธีอัปคะแนนที่เร็วที่สุด เพราะข้อสอบ A-Level เคมี จะเน้นวิเคราะห์มากกว่าท่องจำ ยิ่งทำโจทย์เยอะก็ยิ่งจับทางข้อสอบได้เร็วขึ้นครับ เรามาดูตัวอย่างแนวข้อสอบที่ออกบ่อยกันก่อนครับ
โจทย์ : แก๊สอาร์กอนที่อุณหภูมิ -73.0°C และความดัน 0.410 atm ความหนาแน่นของแก๊สนี้มีค่าเท่าใด ? (กำหนดให้มวลอะตอมของ Ar=40.0)
สูตรที่ใช้ : เราจะใช้สูตรดัดแปลงจากกฎแก๊สอุดมคติเพื่อหาความหนาแน่น (D)โดยเฉพาะครับ
เมื่อแทนค่าลงในสูตรจะได้

โจทย์ : พิจารณาข้อความต่อไปนี้สําหรับธาตุใน คาบที่ 1 ถึง 5
ก. ธาตุแทรนซิชันทุกชนิดเป็นโลหะ
ข. ธาตุกึ่งโลหะทุกชนิด จัดเป็นธาตุหมู่ p
ค. หมู่ VIIIA เป็นหมู่เดียวที่ธาตุสมาชิกทุกชนิดเป็นอโลหะ
ง. ธาตุหมู่ IA, IIA และ IIIA ในคาบที่ 2 ถึง 5 เป็นโลหะทั้งหมด
ข้อใดถูกต้อง
เฉลย ข้อนี้คำตอบคือ ข้อ 1. ครับ
ก. ถูกต้อง ธาตุแทรนสิชันมีสมบัติเป็นโลหะทั้งหมด
ข. ถูกต้อง ธาตุกึ่งโลหะ (Metalloids) ทั้งหมดอยู่ในบล็อก p ของตารางธาตุ (หมู่ 13-18) เช่น B,Si,Ge,As ครับ
ค. ผิด เพราะหมู่ VIIA (หมู่ 7) ก็เป็นอโลหะทุกชนิดเช่นกันในคาบที่ 1-5 ส่วน At
(แอสทาทีน) ที่เป็นกึ่งโลหะจะอยู่ในคาบที่ 6 ซึ่งเกินจากที่โจทย์กำหนด
ง. ผิด เพราะในหมู่ IIIA (หมู่ 3A) คาบที่ 2 คือธาตุ B (โบรอน) ซึ่งมีสมบัติเป็น กึ่งโลหะ ไม่ใช่โลหะทั้งหมดครับ
💡Tips&Tricks : เวลาเจอโจทย์ที่มีเงื่อนไข “คาบที่...ถึง…” ให้รีบวงกลมไว้ก่อนเลยครับ และถ้าไม่แน่ใจตำแหน่งธาตุ ให้รีบเปิดไปดูตารางธาตุหน้าแรกที่คนออกข้อสอบให้มาจะช่วยให้เราไม่โดนหลอกง่าย ๆ ครับ
โจทย์ : เมื่อเผาโลหะคาร์บอเนต (M2(CO3)3) ชนิดหนึ่งปริมาณ 56.8 g ในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจน พบว่าได้ คาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณ 26.4 g และ M2O3 เป็นสารผลิตภัณฑ์ M เป็นโลหะชนิดใด
เรามาดู Step การแก้โจทย์ข้อนี้กันครับ
1.เขียนและดุลสมการเคมี เริ่มต้นจากการเขียนสมการการสลายตัวด้วยความร้อน
1M2(CO3)3 → 3CO2 + 1M2O3
2.ตั้งสมการหาค่า MW (มวลโมเลกุล) เราจะใช้ความสัมพันธ์ของจำนวนโมลตามเลขสัมประสิทธิ์หน้าสมการ
3.แก้สมการกาค่า m (มวลอะตอมของ M)
2M + 3 x (60) =2 84
โดยที่ 60 คือมวลของกลุ่มคาร์บอเนต CO3
2M + 180 = 284
2M = 104 → m = 52
4.เช็กตารางธาตุ ตรงนี้เมื่อได้มวลอะตอมเท่ากับ 52 ให้เปิดตารางธาตุเช็กดู จะพบว่าตรงกับธาตุ Cr (โครเมียม) ดังนั้น คำตอบ ข้อนี้คือ ข้อ 2. Cr ครับ
💡Tips&Tricks : เวลาเจอโจทย์ปริมาณสารสัมพันธ์ ส่วนมากมักจะเอาเรื่องเลขสัมประสิทธิ์หน้าสมการมาเล่นเสมอ ดังนั้นก่อนคำนวณทุกครั้ง ต้องเช็กสมการเคมีให้ชัวร์ก่อนว่า ดุลครบหรือยังด้วยนะครับ
ใครที่กำลังกังวลว่าเวลาเหลือน้อยจะเตรียมตัวทันไหม พี่หมอเตอร์จัดให้ครับกับ 5 Step เตรียมตัวสอบ A-Level เคมี ที่จะช่วยให้น้อง ๆ วางแผนแบบเป็นระบบ และเปลี่ยนวิชาเคมีที่ว่าหินให้กลายเป็นวิชาเก็บคะแนน มาดูกันว่าต้องทำยังไงบ้าง
หลายคนชอบเทบทที่ไม่ชอบ แต่พี่ขอบอกเลยว่าใน A-Level เคมี ทุกคะแนนมีค่ามากๆ ลองเช็กดูว่าบทพื้นฐานอย่างโครงสร้างอะตอม หรือบทเก็บแต้มอย่างพอลิเมอร์เราเป๊ะหรือยัง ถ้าน้องมีพื้นฐานที่ครบจะช่วยให้น้องเชื่อมโยงเวลาเจอโจทย์ประยุกต์ได้ดีกว่าเดิมครับ
เคมีคือวิชาของเหตุและผล พี่หมอเตรอ์อยากให้น้องได้เห็นภาพเชื่อมโยง ถ้าเราเข้าใจว่าทำไมอิเล็กตรอนถึงเคลื่อนที่แบบนั้น หรือทำไมสมดุลเคมีถึงเลื่อนไปทางนี้ ต่อให้โจทย์จะพลิกแพลงแค่ไหนน้องก็สามารถทำคะแนนได้แบบสบายๆเลย
การอ่านเนื้อหาเคมีอย่างเดียวไม่พอครับ น้องต้องลงมือทำข้อสอบจริงย้อนหลังอย่างน้อย 5-10 ปี การทำโจทย์บ่อย ๆ จะช่วยให้เรามองออกว่าบทไหนชอบเล่นประเด็นไหน และจุดไหนที่เป็นกับดักที่เด็กส่วนใหญ่มักจะพลาด
จุดตายของน้องๆหลายคนไม่ใช่ทำไม่ได้ แต่คือ “ทำไม่ทัน” ครับ น้องมีเวลาแค่ข้อละประมาณ 2 นาทีครึ่ง ดังนั้นเวลาฝึกทำที่บ้านให้จับเวลาจริงแบบไม่มีตัวช่วย ปิดมือถือ แล้วลองตั้งใจสอบให้เหมือนอยู่ในห้องสอบจริง เพื่อฝึกสมาธิและการตัดสินใจว่าจะข้ามข้อที่ยากเกินไปก่อนเพื่อไปเก็บข้อที่ง่ายกว่า
สุดท้ายคือการหาตัวช่วยที่จะทำให้เราเร็วขึ้น ที่พี่หมอเตอร์ By Aeroplane พี่จะมีเทคนิคพิเศษที่ช่วยให้มองโจทย์แล้วรู้ว่าเราต้องเริ่มต้นจากอะไรถึงจะได้คำตอบ รวมถึงเทคนิคคิดเลขเร็วที่ช่วยประหยัดเวลาในการสอบได้มาก ๆ ทำให้น้องทำข้อสอบได้แม่นยำและทันเวลา **การันตีลูกศิษย์ได้ A-Level เคมี ที่ 1 ประเทศ**
ทำตาม 5 ขั้นตอนนี้ พี่เชื่อว่าคะแนนสอบเคมีของน้องจะพุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดดแน่นอน สู้ ๆ นะครับทุกคน พี่หมอเตอร์เป็นกำลังใจให้ครับ ^^

A-Level เคมี อาจเป็นวิชาที่หลายคนรู้สึกกดดัน เพราะทั้งเนื้อหาเยอะ โจทย์คำนวณเยอะ และต้องใช้ทั้งความเข้าใจกับความเร็วในการทำข้อสอบ แต่พี่หมอเตอร์อยากบอกน้อง ๆ ว่าเคมีเป็นวิชาที่พัฒนาได้จริงครับ ต่อให้ตอนนี้ยังไม่เก่ง หรือพื้นฐานยังไม่แน่น ถ้าค่อย ๆ เข้าใจพื้นฐานเคมี ฝึกทำโจทย์สม่ำเสมอ และคิดอย่างเป็นระบบ คะแนนวิชาเคมีสามารถอัปขึ้นได้เยอะมากครับ
สิ่งสำคัญไม่ใช่อ่านวันละกี่ชั่วโมง แต่อยู่ที่ “อ่านถูกจุดไหม” และ “ฝึกโจทย์ถูกแนวหรือเปล่า” เพราะข้อสอบ A-Level เคมี ยุคนี้ไม่ได้วัดแค่ความจำ แต่เน้นการคิด วิเคราะห์ และการประยุกต์ใช้จริงครับ ขอแค่อย่าเพิ่งท้อใจไปก่อนนะครับ พี่หมอเตอร์ขอรับรองว่าวันที่น้องเห็นรายชื่อตัวเองสอบติดคณะในฝัน ความเหนื่อยทั้งหมดในวันนี้จะกลายเป็นความภูมิใจที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตครับ ^_^
สำหรับน้อง ๆ ที่อยากมีคนช่วยวางแผนอ่าน ช่วยปูพื้นฐาน หรืออยากตะลุยโจทย์แบบเข้มข้น พี่หมอเตอร์แนะนำคอร์สติวเคมีของ Aeroplane ที่สอนตั้งแต่พื้นฐานเคมี ม.ปลาย ไปจนถึงเทคนิคทำข้อสอบ A-Level แบบละเอียด เข้าใจง่าย และเน้นใช้ได้จริงในห้องสอบ ไม่ว่าจะเป็นคอร์ส
น้อง ๆ สามารถเลือกเรียนได้ตามสไตล์ที่ชอบ ใครสนใจอยากอัปคะแนนให้พุ่งฉิวไปพร้อมกับพี่หมอเตอร์ คลิกดูรายละเอียดได้ที่นี่เลย Aeroplane
อดทนอีกนิดเดียวนะครับน้อง ๆ พี่หมอเตอร์และทีมงาน Aeroplane พร้อมซัพพอร์ตน้องๆเสมอ อยู่เคียงข้างน้องจนกว่าจะสอบติดเลย และพวกพี่ๆรอแสดงความยินดีกับว่าที่นิสิตนักศึกษาใหม่ทุกคนอยู่นะครับ ^^
Q : A-Level เคมี ยากกว่า PAT2 หรือไม่?
Q : ไม่เก่งคำนวณ สอบ A-Level เคมี ได้ไหม?
Q : ควรเริ่มเตรียมตัวตอนไหนดีที่สุด?
Q : เหลือเวลาไม่กี่เดือนมาติว เคมี A-Level ทันไหม ?
Q : ข้อสอบ A-Level เคมี มีกี่ข้อ? และมีรูปแบบปรนัย/อัตนัยอย่างไรบ้าง?
Q : เนื้อหาส่วนไหนของ A-Level เคมี ที่มีสัดส่วนการออกสอบมากที่สุด (เช่น เคมีอินทรีย์, ปริมาณสารสัมพันธ์, หรือไฟฟ้าเคมี)?