เตรียมตัวให้พร้อมก่อนสอบพันธะเคมี! พี่หมอเตอร์รู้เลยว่าตอนนี้หลายคนกำลังกังวลอยู่กับวิชาเคมี โดยเฉพาะบท พันธะเคมี ที่เป็นพื้นฐานสำคัญสุด ๆ ของ ม.4 เชื่อพี่เถอะว่าถ้าเราเข้าใจเรื่อง รูปร่างโมเลกุล และ สภาพขั้วของโมเลกุล ใน เคมี ม.4 อย่างถ่องแท้ มันจะช่วยให้เราทำนายสมบัติทางกายภาพ ทั้งจุดเดือด จุดหลอมเหลว หรือการละลายน้ำได้แม่นยำเหมือนมีตาทิพย์! วันนี้พี่เลยตั้งใจทำ สรุปเคมี ม.ปลาย หัวข้อที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาของเด็กสายวิทย์มาฝากกัน ทั้งเทคนิคการทำนายรูปร่างด้วยทฤษฎี VSEPR และวิธีเช็กสภาพขั้วแบบง่าย ๆ ไม่ต้องนั่งท่องจำให้ปวดหัว แถมพ่วงจุดหลอกที่ข้อสอบ A-Level ชอบเอามาดักเราด้วย ใครที่อยาก ติวเคมี ให้เป๊ะปังก่อนเข้าห้องสอบ มาลุยเช็กลิสต์นี้ไปพร้อมกับพี่หมอเตอร์ By Aeroplane Center ได้เลยครับผม ( •̀ ω •́ )✧
ก่อนจะข้ามไปดูรูปร่างโมเลกุลแบบ Advance สิ่งแรกที่น้อง ๆ ต้องทำให้ถูกคือการติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้อง ซึ่งนั่นก็คือการเขียน โครงสร้างลิวอิส นั่นเองครับ เพราะถ้าก้าวแรกผิด ก้าวต่อไปก็จะพังเป็นโดมิโน่เลย ดังนั้นหัวใจสำคัญคือการเช็กว่าอะตอมแต่ละตัวใช้อิเล็กตรอนไปเท่าไหร่ และเหลือ อิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว (Lone pair) อยู่ที่อะตอมกลางเหลือกี่คู่ เพราะเจ้าตัวที่เหลือนี่แหละคือตัวแสบที่จะไปส่งแรงผลักทำให้รูปร่างโมเลกุลบิดเบี้ยวไปตามทฤษฎี VSEPR
เทคนิคง่าย ๆ ที่พี่หมอเตอร์อยากให้จำคือ การทำให้อะตอมทุกตัวมีความสุขตาม กฎออกเตต (Octet Rule) คือพยายามมีเวเลนต์อิเล็กตรอนให้ครบ 8 ยกเว้นไฮโดรเจนที่ขอแค่ 2 ก็พอแล้ว แต่ก็อย่าลืมว่าข้อสอบชอบเล่นตลกกับเราตรง "ข้อยกเว้น" เช่นพวกโบรอน (B) ที่ใจดีมีแค่ 6 ก็เสถียร หรือพวกคาบ 3 อย่างฟอสฟอรัส (P) และซัลเฟอร์ (S) ที่บางทีก็โลภสามารถมีอิเล็กตรอนเกิน 8 ได้ ถ้าเรารู้ทันจุดหลอกพวกนี้ การหา สรุปพันธะเคมีในหัวข้อถัด ๆ ไปก็จะกลายเป็นขนมหวานทันทีเลยครับ ╰(*°▽°*)╯
มาถึงพาร์ทที่สนุกที่สุดและออกสอบบ่อยที่สุดในเรื่อง พันธะเคมี กันแล้วครับน้อง ๆ หลังจากที่เราวาดจุดในโครงสร้างลิวอิสเป็นแล้ว ทีนี้เราจะมาเปลี่ยนภาพ 2 มิติ ให้กลายเป็นรูปร่าง 3 มิติ ด้วยทฤษฎี VSEPR หรือทฤษฎีการผลักของคู่อิเล็กตรอนนั่นเอง หลักการจำง่าย ๆ คือ อิเล็กตรอนมันเกลียดกัน ไม่ว่าจะเป็นอิเล็กตรอนที่ใช้จับพันธะ หรืออิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว (Lone Pair) พวกมันจะพยายามถอยห่างจากกันให้มากที่สุดเพื่อให้แรงผลักน้อยที่สุดนั่นเอง Highlight ที่ต้องจำให้แม่น คือ
Tips จินตนาการว่า Lone Pair คือ "ลูกโป่งลูกใหญ่" ที่ไปเบียดที่นั่งคนอื่น พอเขามีพื้นที่เยอะ เขาก็จะกดแขนพันธะตัวอื่น ๆ ให้หุบเข้าหาจำกัดพื้นที่มากขึ้น ผลที่ตามมาคือมุมพันธะจะแคบลงนั่นเองครับ (●'◡'●)
จำไว้เลยถ้าโมเลกุลไหนมี Lone Pair (E) โผล่มา มันจะไป "เบียด" แขนคู่อื่น ๆ ให้หุบเข้าหาคัน ส่งผลให้มุมพันธะแคบลงกว่ารูปทรงมาตรฐานเสมอ
ก่อนจะไปดูรูปร่างที่บิดเบี้ยว น้องต้องแม่น 5 รูปทรงพื้นฐานที่เป็นกรณีไม่มีอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวที่อะตอมกลางก่อนนะครับ ^_^

Highlight เมื่อ Lone Pair เข้ามาแทรกกลาง รูปร่างจะเปลี่ยนชื่อเรียกทันที เพราะเราจะมองเห็นแค่ "แขนของพันธะ" แต่แรงผลักของ E (Lone Pair) ยังอยู่

พอเราเห็นรูปร่างโมเลกุลในหัวแล้ว ก่อนจะสรุปว่าโมเลกุลนั้น "มีขั้ว" หรือไม่ เราต้องมาเจาะดูที่ "แขน" แต่ละข้างก่อนครับว่ามันมีการดึงดูดอิเล็กตรอนเท่ากันไหม ซึ่งตัวตัดสินคือค่า EN (Electronegativity) หรือความสามารถในการแย่งชิงอิเล็กตรอนนั่นเอง
ลองจินตนาการว่าอะตอมสองตัวกำลังเล่นดึงเย่อกันอยู่ครับ ถ้าตัวไหนมีค่า EN สูงกว่า (ตัวตึง) มันจะดึงอิเล็กตรอนเข้าหาตัวเองได้เก่งกว่า ทำให้ฝั่งนั้นมีความเป็นลบเด่นขึ้นมา (-) ส่วนตัวที่อ่อนแอกว่าก็จะกลายเป็นฝั่งบวก (+) เกิดเป็น "พันธะมีขั้ว" ขึ้นมาทันที แต่ถ้าเป็นอะตอมชนิดเดียวกันมาจับกัน เช่น Cl-Cl แรงดึงจะเท่ากันเป๊ะ อิเล็กตรอนเลยอยู่ตรงกลางพอดี กลายเป็น "พันธะไม่มีขั้ว" ครับ
จุดที่พี่หมอเตอร์อยากให้ระวังเป็นพิเศษคืออย่าเพิ่งรีบสรุปนะครับ เพราะการที่แขนแต่ละข้างมีขั้ว ไม่ได้แปลว่าตัวโมเลกุลทั้งก้อนจะต้องมีขั้วเสมอไป มันเหมือนกับการที่เราโดนเพื่อนสองคนดึงแขนไปคนละข้างด้วยแรงที่เท่ากันเป๊ะ ตัวเราก็ยังอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน (หักล้างกันจนไม่มีขั้ว)
ดังนั้นในข้อสอบ A-Level เขาจะชอบเอาโมเลกุลที่มีพันธะมีขั้วจ๋า ๆ มาหลอกถามว่าโมเลกุลนี้มีขั้วไหม ถ้าเรามองรูปร่างจาก Checklist 2 ไม่ออกว่ามันหักล้างกันหรือเปล่า เราจะโดนหลอกทันที เพราะฉะนั้นต้องเช็กทั้ง "ขั้วของพันธะ" และ "ทิศทางรวม" ควบคู่กันไปเสมอครับ
หลังจากที่เราเช็ก ขั้วของพันธะ หรือแขนแต่ละข้างไปแล้ว ทีนี้เราต้องมาดูภาพรวมทั้งก้อนครับว่า โมเลกุลรวมของเรามีขั้วไหม พี่หมอเตอร์อยากให้ลองใช้การ รวมเวกเตอร์ แบบวิชาคณิตศาสตร์มาช่วย จินตนาการว่าอะตอมกลางคือจุดศูนย์กลาง แล้วอะตอมล้อมรอบกำลังรุมดึงอะตอมกลางอยู่ ถ้าแรงดึงจากทุกทิศทางหักล้างกันหมดพอดีเป๊ะ โมเลกุลนั้นก็จะเป็น "โมเลกุลไม่มีขั้ว" แต่ถ้ามีแรงเหลือไปทางใดทางหนึ่ง โมเลกุลนั้นก็จะเป็น "โมเลกุลมีขั้ว" ทันทีครับ

สรุปง่าย ๆ คือ ถ้าอะตอมล้อมรอบเหมือนกันหมด และอะตอมกลางไม่มี Lone Pair = ไม่มีขั้วแน่นอน แต่ถ้าผิดเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ให้ตีไว้ก่อนเลยว่า "มีขั้ว" ครับ วิธีนี้ใช้หาคำตอบได้เร็วมากในข้อสอบ A-Level , NETSAT , สอวน.
เดินทางมาถึงกระดุมเม็ดสุดท้ายแล้วครับน้อง ๆ ตรงนี้คือบ่อกับดักที่ข้อสอบชอบขุดไว้รอเราเลย พี่หมอเตอร์ขอรวบรวม 2 ประเด็นหลักที่เด็กสายวิทย์พลาดกันบ่อยที่สุดมาให้เช็กกันก่อนลงสนามจริงครับ
ประเด็นแรกที่พี่หมอเตอร์อยากให้ระวังที่สุดคืออย่าเหมารวม ระหว่าง พันธะมีขั้ว กับ โมเลกุลมีขั้ว เพราะมันคือคนละเรื่องกัน พันธะมีขั้วเช็กแค่ว่าอะตอมสองตัวที่จับกันต่างชนิดกันไหม แต่โมเลกุลมีขั้วต้องดู "รูปร่าง" ว่าแรงดึงหักล้างกันหมดหรือเปล่า
แต่รูปร่างมันดันเป็นเส้นตรงที่ออกซิเจนสองฝั่งรุมดึงอะตอมกลางด้วยแรงเท่ากันเป๊ะ แรงดึงเลยหักล้างกันจน สภาพขั้วของโมเลกุล รวมกลายเป็นศูนย์ หรือไม่มีขั้วไปเฉยเลย จุดนี้แหละที่ข้อสอบ A-Level , NETSAT , สอวน. ชอบเอามาหลอกเด็กที่รีบตอบโดยไม่วาดรูปครับ
อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญคือ อิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว (Lone Pair) ที่เปรียบเสมือน "มือที่มองไม่เห็น" ครับ แม้เราจะไม่ได้นับมันเป็นแขนของรูปร่างโมเลกุล แต่มันส่งแรงผลักมหาศาลที่ทำให้โมเลกุลเสียสมมาตร เมื่อไหร่ที่มี Lone Pair อยู่ที่อะตอมกลาง ส่วนใหญ่แรงดึงจะหักล้างกันไม่ลงตัว ส่งผลให้โมเลกุลนั้น "มีขั้ว" ทันที เช่น
แต่ดันวางตัวตรงข้ามกันจนหักล้างกันเองทำให้กลายเป็นโมเลกุลไม่มีขั้ว ดังนั้นก่อนตอบทุกครั้ง พี่แนะนำให้เช็กทั้งจำนวนแขนและจำนวน Lone Pair ให้ชัวร์ก่อนนะครับ
เห็นไหมครับว่าเรื่อง พันธะเคมี ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เคล็ดลับด่านสุดท้ายที่พี่หมอเตอร์อยากฝากไว้คือ ฝึกวาดรูปเยอะ ๆ ครับ อย่าแค่ท่องจำชื่อรูปร่าง แต่ลองหยิบกระดาษขึ้นมาวาดโครงสร้างลิวอิส แล้วลองจินตนาการถึงแรงผลักของอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวดูบ่อย ๆ แล้วน้องจะเริ่มมองภาพออกได้เองโดยอัตโนมัติ พอภาพในหัวชัด ไม่ว่าโจทย์จะถามเรื่อง รูปร่างโมเลกุลเคมี ม.4 หรือความซับซ้อนของ สภาพขั้วของโมเลกุล น้องก็จะตอบได้แม่นยำและไวขึ้นกว่าคนอื่นแน่นอน
พี่หมอเตอร์เชื่อว่าความพยายามไม่เคยทำร้ายคนที่ตั้งใจจริง จำไว้ว่า "เคมีไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์ แต่เป็นเรื่องของความสม่ำเสมอ" วันนี้เราอาจจะยังมองเวกเตอร์ไม่ออก แต่วันหน้าถ้าฝึกบ่อย ๆ น้องจะมองปราดเดียวแล้วตอบได้ทันทีแน่นอน (❁´◡`❁)

แต่ถ้าใครยังรู้สึกว่ามองภาพไม่ออก หรืองงกับจุดหลอกที่เยอะเกินไป อยากได้ทางลัดในการวิเคราะห์รูปร่างโมเลกุลแบบมองปุ๊บตอบปั๊บภายใน 5 วิ พี่หมอเตอร์ขอชวนมาเติมความมั่นใจและอัปสกิลการทำโจทย์แบบทางลัดได้ที่ คอร์ส Final Call เคมี พี่หมอเตอร์เตรียมเทคนิคเจาะลึกแบบ Exclusive การวาดรูปร่างโมเลกุลและเช็กสภาพขั้วแบบที่ไม่มีในตำราพี่มัดรวมไว้ให้เพียบ สรุปเนื้อหาเน้น ๆ พร้อมพาตะลุยโจทย์ A-Level จนคล่องมือ รับรองว่าสนามสอบหน้าคะแนนพุ่งปรี๊ดแน่นอน!
น้องจะไม่ได้แค่คอร์สเรียนธรรมดา แต่น้องจะได้ “พี่หมอ” เป็นที่ปรึกษาส่วนตัว ไม่ว่าจะสงสัยโจทย์เนื้อหาบทไหน อยากวางแผนอ่านหนังสือ หรือวางแผนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทักมาถามพี่หมอเตอร์ได้ตลอดเลย พี่พร้อมซัพพอร์ตและดูแลน้อง ๆ ทุกย่างก้าวไปจนกว่าน้อองจะสอบติดคณะในฝันครับ o(^▽^)o