เอาล่ะครับน้อง ๆ สายวิทย์ทุกคน! มีใครกำลังติดบั๊กกับ ปริมาณสารสัมพันธ์ อยู่บ้างไหมครับ พี่หมอเตอร์บอกเลยว่าบทนี้คือด่านหินที่เป็นพื้นฐานสำคัญแบบที่น้องจะทิ้งไม่ได้เด็ดขาด เพราะมันมัดรวมทั้งเรื่องการคำนวณ หน่วยของสาร และปฏิกิริยาเคมี รวมกันในบทเดียวเลย ซึ่งถ้าจะให้พี่นิยามแบบเข้าใจง่ายที่สุด ปริมาณสารสัมพันธ์ (Stoichiometry) ก็คือการวัดและหาความสัมพันธ์เชิงปริมาณของสารต่าง ๆ ในปฏิกิริยาเคมีนั่นเอง แต่ก่อนจะเริ่มสตาร์ทบทนี้น้อง ๆ ต้องแม่นพื้นฐานเรื่องโมล (Mole) และ มวลอะตอมกันมาก่อน เพราะถ้าพื้นฐานแน่นพี่รับรองว่าการ ติวเคมี ครั้งนี้จะกลายเป็นเรื่องสนุกทันที! วันนี้พี่เลยสรุปมาให้ครบแบบจัดเต็ม เรียนรู้พื้นฐานการคำนวณโมล มวล ปริมาตร และความสัมพันธ์ในสมการเคมี พร้อมเทคนิคการหา 'สารกำหนดปริมาณ' และตัวอย่างข้อสอบแบบ Step-by-Step มั่นใจทุกสนามสอบเคมีไปกับพี่หมอเตอร์ By Aeroplane ครับ o(^▽^)o
ถ้าน้องจะเรียน ปริมาณสารสัมพันธ์ ให้เข้าใจจริง พี่หมอเตอร์บอกเลยว่า สมการเคมี คือพื้นฐานที่ต้องแม่นที่สุด เพราะมันเปรียบเสมือนสูตรลับที่บอกเราว่าสารตัวไหนทำปฏิกิริยากับตัวไหน และผลลัพธ์ที่ได้ออกมาคืออะไร โดยในสมการจะระบุทั้ง สารตั้งต้น ที่เขียนไว้ทางซ้าย และ ผลิตภัณฑ์ ที่อยู่ทางขวา โดยมีลูกศรชี้บอกทิศทางการเกิดปฏิกิริยา นอกจากนี้ยังมีบอกสถานะของสารด้วย เช่น (s) ของแข็ง, (l) ของเหลว, (g) แก๊ส และ (aq) สารละลายในน้ำ ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจภาพรวมของปฏิกิริยาว่าเกิดขึ้นยังไง ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัด ๆ เช่น
2H2 (g) + O2 (g) → 2H2 O(l)
ซึ่งหมายความว่า ใช้ไฮโดรเจนแก๊ส 2 โมล ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนแก๊ส 1 โมล ได้น้ำในสถานะของเหลว 2 โมล
กฎเหล็กที่น้อง ๆ ต้องจำให้ขึ้นใจคือ "มวลสารไม่มีวันหายไปไหน" ครับ อะตอมฝั่งซ้ายมีกี่ตัว ฝั่งขวาก็ต้องมีเท่าเดิมเป๊ะ นี่คือเหตุผลที่เราต้อง ดุลสมการ เพื่อทำให้จำนวนอะตอมของแต่ละธาตุทั้งสองข้างเท่ากันตามกฎทรงมวล ถ้าสมการยังไม่ดุล ห้ามเอาไปคำนวณปริมาณสารสัมพันธ์เด็ดขาด เพราะค่าที่ได้จะเพี้ยนทันที
นี่แหละครับคือจุดพีคของปริมาณสารสัมพันธ์ ตัวเลขสัมประสิทธิ์ที่เราเติมลงไปตอนดุลสมการนี่แหละ คือตัวบอก "อัตราส่วนโดยโมล" ของสารที่เข้าทำปฏิกิริยากัน
‼️Tips ที่พี่หมอเตอร์อยากให้จำให้แม่นคือ ถ้าสมการบอกว่า 2A + B → 3C
แปลว่า A2 โมล จะทำปฏิกิริยาพอดีกับสาร B1 โมล เพื่อให้ได้สาร C ออกมา 3 โมล
ถ้าเราดุลเลขผิดสัดส่วนพวกนี้จะเพี้ยนทันที และจะส่งผลให้การทำข้อสอบของน้องพังครืนลงมาทั้งแถบ ดังนั้นก่อนเริ่มคำนวณทุกครั้ง พี่หมอเตอร์ขอเน้นว่า "เช็กเลขดุลให้ชัวร์" ก่อนสตาร์ทนะครับ
เวลาเจอโจทย์ปริมาณสารสัมพันธ์ที่ดูวุ่นวาย มีทั้งกรัม ทั้งลิตร ทั้งจำนวนโมเลกุล อย่าเพิ่งสติหลุดครับ พี่หมอเตอร์มีสูตรลัด 3 Step เทพ ที่จะจัดการโจทย์ได้เกือบทุกแนวในโลกเคมี เปลี่ยนโจทย์ยากให้กลายเป็นเรื่องกล้วย ๆ แค่น้องเดินตามนี้ รับรองว่าไม่มีหลงทางแน่นอนครับ
จำไว้เลยว่าในโลกของเคมี โมลคือหน่วยกลาง ไม่ว่าโจทย์จะให้สารตั้งต้นมาเป็นกรัม (g) ปริมาตรก๊าซที่ STP (L) หรือจำนวนอนุภาค (6.02 × 1023) หน้าที่แรกของน้องคือจับมันเปลี่ยนเป็นโมลให้หมด

ขั้นตอนนี้แหละคือเหตุผลที่พี่บอกว่าสมการต้องดุล เมื่อน้องได้โมลของสารที่โจทย์ให้มาแล้ว เราจะใช้ตัวเลขสัมประสิทธิ์หน้าสมการ ที่เราดุลไว้แล้วมาเป็นสะพานเชื่อมไปหาโมลของสารที่เราอยากรู้
‼️Tips หลักการคิดง่าย ๆ ให้เอา (โมลของสารที่รู้) × (เลขหน้าสารที่อยากรู้/เลขหน้าสารที่รู้)
ยกตัวอย่างถ้าสมการคือ 2A + 3B → C แล้วน้องคำนวณโมล A ใน Step 1 ได้ 10 โมล แต่อยากรู้ว่าต้องใช้ B กี่โมล?
ตอนนี้พอได้โมลของสาร B มาอยู่ในมือแล้ว แค่นี้ก็สบายแล้วครับขั้นตอนสุดท้ายคือ ดูว่าโจทย์อยากได้คำตอบในหน่วยไหน เราก็แค่แปลงร่างโมลกลับไปเป็นหน่วยนั้น

‼️เทคนิคฉบับพี่หมอเตอร์ เวลาที่น้อง ๆ ทำโจทย์พี่แนะนำให้เขียนหน่วยกำกับไว้ตลอดนะ จะได้ไม่หลงสเต็ป และที่สำคัญที่สุดคือ เช็กสมการว่าดุลหรือยัง ก่อนเริ่ม Step 1 ทุกครั้ง ถ้าลืมดุลสมการต่อให้คำนวณเลขเป๊ะแค่ไหนคำตอบก็ผิดอยู่ดีนะครับ ถ้าเข้าใจ 3 สเต็ปนี้แบบละเอียดแล้วพร้อมไปลุยจุดปราบเซียนอย่างเรื่องสารกำหนดปริมาณกันต่อเลยครับ
มาถึงหัวข้อที่พี่หมอเตอร์บอกเลยว่า ติวเคมี A-Level, NETSAT, สอวน. ที่ไหนก็ต้องเน้น! และเป็นจุดที่น้องๆ มักจะสับสนมากที่สุดในเรื่องปริมาณสารสัมพันธ์ครับ แถมข้อสอบชอบเอามาแกงเราที่สุด พี่หมอเตอร์บอกเลยว่าถ้าใครเคลียร์เรื่องนี้ได้ คะแนนในพาร์ทคำนวณจะอยู่ในกำมือเราทันที
พี่อยากให้น้อง ๆ นึกภาพว่าในปฏิกิริยาเคมี สารตั้งต้นไม่ได้มาในสัดส่วนที่พอดีกันเสมอไปครับ จะมีสารตัวหนึ่งที่ "ชิงหมดก่อน" ตัวนั้นแหละครับที่เป็นพระเอก เพราะมันจะเป็นตัวกำหนดว่าปฏิกิริยาจะหยุดตรงไหน และจะเกิดผลิตภัณฑ์ขึ้นได้มากที่สุดเท่าไหร่ ส่วนสารที่เหลือเฟือเราจะเรียกว่า "สารที่เหลือ" (Excess Reagent) ครับ
Tips สารที่หมดก่อนตัวนี้แหละครับ คือตัวที่ชี้ชะตาว่าผลิตภัณฑ์จะเกิดขึ้นได้มากที่สุดเท่าไหร่ เราจึงเรียกมันว่า สารกำหนดปริมาณ นั่นเอง
สำหรับเทคนิคการเช็กว่าใครคือ สารกำหนดปริมาณ พี่หมอเตอร์มีทางลัดที่ช่วยประหยัดเวลาในห้องสอบมาให้แบบเน้น ๆ ครับ ปกติเวลาโจทย์ให้สารตั้งต้นมา 2 ตัว ตรงนี้น้อง ๆ อาจจะงงว่าควรเอาตัวไหนไปคำนวณหาผลิตภัณฑ์ต่อดีใช่ไหม?
วิธีแก้คือให้น้องเปลี่ยนปริมาณของสารทุกตัวที่โจทย์ให้มาเป็นหน่วย "โมล" ก่อนเสมอ จากนั้นให้นำจำนวนโมลของสารแต่ละตัวไป "หารด้วยเลขสัมประสิทธิ์" ที่อยู่ข้างหน้าสารนั้น ๆ ในสมการที่ดุลแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้จากการหารนี้เราเรียกว่า "สัดส่วนต่อหนึ่งหน่วยสมการ" ครับ ใครที่หารออกมาแล้วได้ค่า น้อยที่สุด ตัวนั้นแหละคือคนที่จะใช้หมดก่อนเพื่อน และทำหน้าที่เป็นตัวกำหนดปริมาณผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในปฏิกิริยาครับ เพราะมันทำปฏิกิริยาได้จำนวนรอบน้อยกว่าเพื่อน เลยต้องหมดก่อนนั่นเอง เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด พี่หมอเตอร์ขอยกตัวอย่าง สมมติสูตรทำฮอทดอกคือ
ขนมปัง 2 แผ่น + ไส้กรอก 1 ชิ้น = ฮอทดอก 1 ชิ้น
ถ้าในตู้เย็นมีขนมปัง 10 แผ่น และไส้กรอก 2 ชิ้น ผลลัพธ์คือ น้องจะทำฮอทดอกได้แค่ 2 ชิ้น เท่านั้น เพราะไส้กรอกจะหมดก่อน ส่วนขนมปังจะเหลือทิ้งไว้ตั้ง 6 แผ่น ดังนั้นในเคสนี้ "ไส้กรอก" คือ สารกำหนดปริมาณ ส่วน "ขนมปัง" คือ สารที่เหลือ ครับ
Tips เทคนิคจากพี่หมอเตอร์ จำไว้ว่าห้ามเอา "น้ำหนักเป็นกรัม" มาเทียบกันเด็ดขาดนะครับเพราะสารแต่ละตัวหนักไม่เท่ากัน ต้องเปลี่ยนเป็น "โมล" แล้วหารด้วยเลขหน้าสมการก่อนเสมอถึงจะรู้ว่าใครคือพระเอกที่หมดก่อนครับ
(กำหนดมวลอะตอม C = 12, H = 1, O = 16)
Step 0 : เขียนและดุลสมการเคมี
C3 H8 (g)+ 5O2 (g) 3CO2 (g) + 4H2 O (g)
จากสมการ C3 H8 1 mol ให้ CO2 3 mol
Step 1-3 : แสดงวิธีทำแบบ Unit Factor Method การตัดหน่วย
เทคนิคนี้คือการเขียนทุกอย่างให้เป็นเส้นเดียว แล้วตัดหน่วยที่เหมือนกันทิ้งจนเหลือหน่วยที่โจทย์ต้องการ พี่หมอเตอร์จะเริ่มจากสิ่งที่โจทย์ให้มานะ ปริมาตร CO2 (lที่ STP)
วิเคราะห์การตัดหน่วยสไตล์พี่หมอเตอร์ เริ่มจากเปลี่ยนกรัมเป็นโมลโดย ใช้มวลโมเลกุลของ C3 H8 (44.0) มาตัดหน่วย g ทิ้ง จากนั้นใช้เลขดุล (3 : 1) มาตัดหน่วย mol C3 H8 เพื่อเปลี่ยนเป็น mol CO2 แล้วเปลี่ยนโมลเป็นหน่วยที่ถาม โดยการใช้ค่าคงที่ 22.4 L/mol (ที่ STP) มาตัดหน่วย mol CO2 ออกไป เมื่อคำนวณจะได้
= 0.5 × 3 × 22.4
คำตอบที่ได้ = 33.6 ลิตร ที่ STP
เห็นไหมครับว่าถ้าเราตั้งแถวการตัดหน่วยแบบนี้ น้องจะเห็นชัดเจนว่าหน่วยไหนตัดหน่วยไหน ถ้าหน่วยไม่ตัดกัน แสดงว่าวางเศษส่วนผิด ไม่ต้องกดเครื่องคิดเลขหลายรอบ เขียนบรรทัดเดียวแล้วรวบยอดคำนวณทีเดียวแบบที่พี่ทำให้ดู ป้องกันการลืมคูณเลขดุลสมการ ซึ่งเป็นจุดที่ ข้อสอบ A-Level, NETSAT ,สอวน. ชอบหลอกมากที่สุด
เป็นยังไงกันบ้างน้อง ๆ อ่านมาถึงตรงนี้ พี่หมอเตอร์เชื่อว่าหลายคนคงเริ่มรู้สึกแล้วว่า ปริมาณสารสัมพันธ์ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด มันก็เหมือนกับการไขปริศนาที่มี Step การเล่นที่ชัดเจน ถ้าเราจับจุดถูก ไม่ว่าโจทย์จะพลิกแพลงไปออก แนวข้อสอบเคมี A-Level ยากแค่ไหน น้องก็เก็บคะแนนเข้ากระเป๋าได้แบบชิล ๆ แน่นอน พี่สรุป Checklist สั้น ๆ ไว้ให้ทบทวนตัวเองกันอีกรอบดังนี้นะครับ
ดุลสมการ → เปลี่ยนเป็นโมล → เทียบอัตราส่วน → หาคำตอบ
สำหรับใครอยากได้เทคนิคทางลัดที่ลึกกว่านี้ หรืออยากลองฝึกมือกับโจทย์ที่คัดมาเน้น ๆ เพื่อลงสนามสอบจริง พี่ขอแนะนำคอร์ส Final Call Chemistry TCAS by พี่หมอเตอร์ ที่ Aeroplane Center คอร์สนี้พี่จัดเต็มโจทย์ให้ฝึกฝนกว่า 100 ข้อ พร้อมเฉลยละเอียดแบบที่ไม่มีในตำราทั่วไป

มาเรียนเคมีกับพี่หมอเตอร์ น้องจะไม่ได้แค่คอร์สเรียน แต่น้องจะได้ “พี่หมอ” เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวแบบ Exclusive ไปตลอดทาง ไม่ว่าจะสงสัยโจทย์ข้อไหน ไม่เข้าใจเนื้อหาตรงไหน หรืออยากให้ช่วยวางแผนอ่านหนังสือและวางแผนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทักถามพี่หมอเตอร์ได้ตลอดเลย พี่พร้อมคอยซัพพอร์ตและดูแลน้อง ๆ ทุกคนอย่างใกล้ชิดไปจนกว่าจะสอบติดคณะในฝัน ไปคว้าคณะในฝันของเรามาให้ได้นะ พี่เอาใจช่วยอยู่ตรงนี้เสมอ! ^_^