1 ตุลาคม 2026
บทแรกของเคมี ม.5 เทอม 1 เปิดฉากมาด้วยเรื่อง "แก๊สและสมบัติของแก๊ส" ซึ่งน้องหลายคนพอเปิดหนังสือมาปุ๊บก็ต้องกุมขมับเลย เพราะเจอชื่อนักวิทยาศาสตร์เพียบเลย ไม่ว่าจะบอยล์ ชาร์ล เกย์-ลูสแซก อาโวกาโดร แถมยังมีสูตรคำนวณที่ดูเหมือนจะเยอะเต็มไปหมดจนจำสลับกันไปหมด บางคนท่องสูตรได้ก็จริง แต่พอเจอโจทย์จริงกลับนึกไม่ออกว่าต้องหยิบสูตรมาใช้ยังไง
แต่พี่หมอเตอร์ขอบอกเลยว่า หัวใจของบทนี้จริงๆ แล้วมีแค่การทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของ "เพื่อนซี้ 4 ตัว" เท่านั้น คือ P (ความดัน), V (ปริมาตร), T (อุณหภูมิ) และ n (จำนวนโมล) ถ้าน้องเข้าใจหลักการว่าตัวแปรไหนคงที่ ตัวแปรไหนแปรผันตามหรือแปรผกผันกัน สูตรทุกสูตรที่ดูเยอะแยะจะเชื่อมโยงกันเป็นภาพเดียว และบทนี้จะกลายเป็นบทที่เก็บคะแนนได้ง่ายที่สุดบทหนึ่งเลยครับ
บทความนี้พี่หมอเตอร์จะพาน้องมาย่อยเนื้อหาแก๊ส ม.5 ให้เป็นภาพจำที่เข้าใจง่าย มัดรวมทุกสูตรที่ต้องใช้ไว้ในที่เดียว พร้อมทริคจับจุดหลอกในห้องสอบที่ข้อสอบชอบเอามาดักบ่อยๆ อ่านจบปุ๊บ พื้นฐานแน่นเป๊ะ พร้อมลุยโจทย์ A-Level NETSAT และ สอวน.เคมี ได้เลยครับ
แก๊ส คือ สถานะของสารที่อนุภาคเคลื่อนที่อย่างอิสระ ไม่มีรูปร่างและปริมาตรที่แน่นอน จะขยายตัวเต็มภาชนะที่บรรจุอยู่เสมอ เพราะแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของแก๊สอ่อนมากเมื่อเทียบกับของแข็งและของเหลว อนุภาคแก๊สจึงเคลื่อนที่ชนกันและชนผนังภาชนะไปมาตลอดเวลา ซึ่งการชนผนังนี่แหละครับคือที่มาของ "ความดัน" ซึ่งเราจะนำไปใช้ในการคำนวณกันต่อไป
ในสภาวะทั่วไป (อุณหภูมิห้อง ความดันปกติ) แก๊สจริงจะมีพฤติกรรมใกล้เคียงกับแก๊สอุดมคติมาก จนเราสามารถใช้สูตรของแก๊สอุดมคติมาคำนวณแก๊สจริงในข้อสอบได้แบบไม่ต้องกังวลครับ
อย่างที่พี่หมอเตอร์ได้บอกไปตอนต้นครับ ทุกสูตรของบทนี้จะเจอตัวแปร 4 ตัวนี้เท่านั้น:
กฎของแก๊สแต่ละข้อที่น้องจะได้เรียนต่อไป จริงๆ แล้วคือการกำหนดตัวแปร 2 ใน 4 ตัวนี้ให้คงที่ แล้วดูว่าอีก 2 ตัวที่เหลือมีความสัมพันธ์กันอย่างไรเท่านั้นเองครับ ^ ^
K = °C + 273
ถ้าโจทย์ให้อุณหภูมิมาเป็นองศาเซลเซียส แล้วน้องลืมบวก 273 ก่อนแทนสูตร คำตอบที่ได้จะผิดทันทีถึงแม้ขั้นตอนอื่นจะถูกหมดก็ตาม เพราะแบบนี้พี่ถึงอยากให้น้องฝึกเป็นนิสัยว่า เห็นอุณหภูมิเมื่อไรให้ถามตัวก่อนเลยว่าหน่วยเป็นเคลวินรึยัง?
เมื่ออุณหภูมิและจำนวนโมลคงที่ ความดันจะแปรผกผันกับปริมาตร หมายความว่ายิ่งบีบปริมาตรให้เล็กลง ความดันก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น เขียนเป็นสูตรได้ว่า
P1V1 = P2V2
เมื่อความดันและจำนวนโมลคงที่ ปริมาตรจะแปรผันตรงกับอุณหภูมิ (หน่วยเคลวิน) หมายความว่ายิ่งอุณหภูมิสูงขึ้น แก๊สก็จะขยายตัวทำให้มีปริมาตรมากขึ้นตามไปด้วย เขียนเป็นสูตรได้ว่า
V1/T1 = V2/T2
เมื่อปริมาตรและจำนวนโมลคงที่ ความดันจะแปรผันตรงกับอุณหภูมิ (หน่วยเคลวิน) เขียนเป็นสูตรได้ว่า
P1/T1 = P2/T2
เมื่อความดันและอุณหภูมิคงที่ ปริมาตรจะแปรผันตรงกับจำนวนโมล หมายความว่ายิ่งโมลของแก๊สมีมากขึ้น ก็ยิ่งต้องใช้ปริมาตรมากขึ้นตามไปด้วย เขียนเป็นสูตรได้ว่า
V1/n1 = V2/n2
Tips & Tricks By พี่หมอเตอร์ (ทริคจำแบบไม่สับสน): ให้น้องจำ "สิ่งที่คงที่" ของแต่ละกฎแทนการท่องสูตรตรงๆ ครับ
ถ้าโจทย์ให้ตัวแปรเปลี่ยนแปลงพร้อมกันหลายตัว (เช่น ทั้ง P, V, T เปลี่ยนพร้อมกัน แต่ n คงที่) เราสามารถรวม 3 กฎแรกเข้าด้วยกันเป็น กฎรวมแก๊ส (Combined Gas Law) ได้เลยครับ
P1V1/T1 = P2V2/T2
แต่ถ้าโจทย์ให้ข้อมูล ณ สภาวะใดสภาวะหนึ่งเพียงจุดเดียว (ไม่มีสภาวะที่ 1 กับสภาวะที่ 2 มาเทียบกัน) เราจะใช้ กฎแก๊สอุดมคติ (Ideal Gas Law) ซึ่งเป็นสูตรครอบจักรวาลที่รวมตัวแปรทั้ง 4 ตัวไว้ในสมการเดียว
PV = nRT
โดย R คือค่าคงที่ของแก๊ส ซึ่งค่าที่นิยมใช้ในระดับ ม.ปลายคือ 0.0821 L·atm/(mol·K)
สูตรนี้มีประโยชน์มากครับ เพราะใช้หาได้ทั้งความดัน ปริมาตร จำนวนโมล และอุณหภูมิ รวมถึงยังใช้หามวลโมเลกุลของแก๊สได้ด้วย (โดยแปลง n = มวลสาร/มวลโมเลกุล เข้าไปในสูตร)
Tips & Tricks By พี่หมอเตอร์ 💡: วิธีเช็กง่ายๆ ว่าโจทย์ข้อนี้ควรใช้กฎรวมแก๊สหรือ PV=nRT ให้ดูว่าโจทย์ให้ "จำนวนโมล (n)" มาหรือเปล่า ถ้าโจทย์ไม่ได้พูดถึง n เลยและให้ข้อมูลเป็นคู่เปรียบเทียบ (ก่อน-หลัง) ให้ใช้กฎรวมแก๊ส แต่ถ้าโจทย์ให้ n มาด้วยหรือถามหา n ให้ใช้ PV=nRT ได้เลยครับ
เมื่อเรานำแก๊สหลายชนิดมาผสมกันในภาชนะเดียวกัน (โดยที่แก๊สแต่ละชนิดไม่ทำปฏิกิริยากัน) ความดันรวมของระบบจะเท่ากับผลรวมของความดันย่อยของแก๊สแต่ละชนิด เขียนเป็นสูตรได้ว่า
Pรวม = P1 + P2 + P3 + ...
โดย "ความดันย่อย (Partial Pressure)" ของแก๊สแต่ละชนิด คือความดันที่แก๊สชนิดนั้นจะสร้างขึ้นได้ ถ้ามันอยู่ในภาชนะนั้นเพียงลำพังตัวเดียว
เกรแฮม ได้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการแพร่ (การเคลื่อนที่ของแก๊ส) กับมวลโมเลกุลของแก๊ส โดยหลักการคือ แก๊สที่มีมวลโมเลกุลน้อยกว่าจะแพร่ได้เร็วกว่าแก๊สที่มีมวลโมเลกุลมากกว่า เมื่ออยู่ในสภาวะอุณหภูมิและความดันเดียวกัน เขียนเป็นสูตรได้ว่า

สังเกตว่ามวลโมเลกุลจะอยู่ "สลับข้าง" กับอัตราการแพร่นะครับ เพราะเป็นความสัมพันธ์แบบแปรผกผันกัน
Tips & Tricks By พี่หมอเตอร์ 💡: จำง่ายๆ ด้วยประโยคที่ว่า "คนผอมวิ่งเร็วกว่าคนอ้วน" แก๊สที่เบากว่า (มวลโมเลกุลน้อยกว่า) จะแพร่ได้เร็วกว่าเสมอครับ
โจทย์ข้อที่ 1 : แก๊สชนิดหนึ่งมีปริมาตร 4.0 ลิตร ที่ความดัน 2.0 atm ถ้าอัดแก๊สนี้จนมีปริมาตรเหลือ 1.0 ลิตร โดยอุณหภูมิคงที่ตลอด ความดันสุดท้ายของแก๊สจะเป็นเท่าไร?
หลักคิด
ขั้นที่ 1 พิจารณาว่าควรใช้กฎไหน: โจทย์บอกว่าอุณหภูมิคงที่ และให้ข้อมูล P กับ V สองสภาวะมาเทียบกัน → ใช้กฎของบอยล์ P1V1 = P2V2
ขั้นที่ 2 แทนค่า: P1 = 2.0 atm, V1 = 4.0 L, V2 = 1.0 L
(2.0)(4.0) = P2(1.0)
ขั้นที่ 3 แก้สมการหา P2 : P2 = 8.0/1.0 = 8.0 atm
สรุป: ความดันสุดท้ายของแก๊สคือ 8.0 atm ซึ่งสมเหตุสมผลครับ เพราะปริมาตรลดลง 4 เท่า ความดันจึงต้องเพิ่มขึ้น 4 เท่าตามหลักของการแปรผกผัน
โจทย์ข้อที่ 2 : แก๊สออกซิเจน (O₂) จำนวน 0.50 โมล บรรจุอยู่ในถังปิดปริมาตร 5.0 ลิตร ที่อุณหภูมิ 27°C แก๊สนี้จะมีความดันเท่าไร (กำหนด R = 0.0821 L·atm/(mol·K))
หลักคิด
ขั้นที่ 1 แปลงหน่วยอุณหภูมิเป็นเคลวิน: T = 27 + 273 = 300 K
ขั้นที่ 2 เลือกสูตร: โจทย์ให้จำนวนโมล (n) มาโดยตรงและถามหา P ที่สภาวะเดียว → ใช้ PV = nRT
ขั้นที่ 3 แทนค่าในสูตร:
P(5.0) = (0.50)(0.0821)(300)
P(5.0) = 12.315
ขั้นที่ 4 แก้สมการหา P: P = 12.315/5.0 ≈ 2.46 atm
สรุป: แก๊สออกซิเจนในถังนี้มีความดันประมาณ 2.46 atm
โจทย์ข้อที่ 3 : แก๊ส 1 มีมวลโมเลกุล 4 g/mol และแก๊ส 2 มีมวลโมเลกุล 16 g/mol ถ้าให้แก๊สทั้งสองแพร่ผ่านรูเล็กๆ ที่อุณหภูมิและความดันเดียวกัน แก๊ส 1 จะแพร่ได้เร็วกว่าแก๊ส 2 กี่เท่า?
หลักคิด
ขั้นที่ 1 ตั้งสูตรกฎการแพร่ของเกรแฮม:

ขั้นที่ 2 แทนค่า:
= √(16/4) = √4 = 2
สรุป: แก๊ส 1 ซึ่งเบากว่า จะแพร่ได้เร็วกว่าแก๊ส 2 ถึง 2 เท่า สอดคล้องกับหลักการที่ว่าแก๊สที่เบากว่าจะแพร่ได้เร็วกว่าเสมอ
อยากฝึกโจทย์แนวนี้เพิ่มเติมอีกไหมครับ พี่หมอเตอร์รวมแนวข้อสอบ A-Level เรื่องแก๊สและสมบัติของแก๊สพร้อมเฉลยละเอียดไว้ให้แล้วที่ แจกข้อสอบเคมี พร้อมเฉลย ลองไปฝึกทำดูก่อนเข้าห้องสอบจริงได้เลยครับ
สรุปสั้นๆ ให้น้องจำไว้ว่า บทนี้ทั้งบทหมุนรอบตัวแปร P, V, T, n แค่ 4 ตัวเท่านั้น กฎแต่ละข้อคือการบังคับให้ตัวแปร 2 ตัวมีค่าคงที่ แล้วดูความสัมพันธ์ของอีก 2 ตัว ถ้าน้องเข้าใจภาพนี้ชัดเจน ต่อให้โจทย์จะซับซ้อนแค่ไหน น้องก็แค่ต้องดูว่าตัวแปรไหนคงที่ ตัวแปรไหนให้มา แล้วเลือกสูตรที่เหมาะสมมาใช้ได้เลย
ถ้าน้องอยากปูพื้นฐานเคมี ม.5 ให้แน่น พร้อมลุยทุกสนามสอบ ที่ Aeroplane Center พี่หมอเตอร์มีคอร์สให้เลือกเรียนตามเป้าหมายของน้องเลยครับ:
น้องคนไหนสนใจ ลองดูรายละเอียดคอร์สเพิ่มเติมได้ที่ Aeroplane Center นะครับ พี่รอเจอน้องในคลาสครับ ^ ^
A: เพราะหน่วยองศาเซลเซียส (C°) สามารถมีค่าติดลบได้ ซึ่งปริมาตรหรือความดันของแก๊สในความเป็นจริงไม่สามารถมีค่าติดลบได้ การใช้หน่วยเคลวินซึ่งเป็น "อุณหภูมิสัมบูรณ์" (เริ่มต้นที่ 0 K และไม่มีค่าติดลบ) จึงทำให้ผลการคำนวณถูกต้องตามความเป็นจริงครับ
A: ทริคจำง่ายๆ คือจำสิ่งที่ "คงที่" ครับ บอยล์ให้อารมณ์เหมือนต้มน้ำ (Boil) ต้องใช้ "อุณหภูมิ" (T) คงที่ ชาร์ลนึกถึงคนชื่อชาร์ลที่ชอบรับแรงกดดันเก่งๆ คือ "ความดัน" (P) คงที่ ส่วนเกย์-ลูสแซกที่เหลือตัวสุดท้ายคือ "ปริมาตร" (V) คงที่
A: ค่าคงที่ของแก๊ส (R) ที่นิยมใช้ในระดับ ม.ปลาย คือ 0.0821 L·atm/(mol·K) โดยมีเงื่อนไขว่า ความดัน (P) ต้องเป็น atm, ปริมาตร (V) ต้องเป็นลิตร (L) หรือ dm³, จำนวนโมล (n) เป็น mol และอุณหภูมิ (T) ต้องเป็นเคลวิน (K) เสมอ
A: หลักการจำง่ายๆ คือ "คนผอมวิ่งเร็วกว่าคนอ้วน" แก๊สที่มีมวลโมเลกุลน้อยกว่า (เบากว่า) จะมีอัตราการแพร่ที่เร็วกว่าแก๊สที่มีมวลโมเลกุลมาก (หนักกว่า) เมื่ออยู่ในสภาวะอุณหภูมิและความดันเดียวกัน