13 กรกฎาคม 2026
พี่หมอเตอร์เข้าใจดีครับว่าเคมีเป็นวิชาที่น้องบางคนอาจจะรักและน้องอีกหลายคนอาจจะกลัว เพราะ เนื้อหาเยอะ สูตรเยอะ และมีรายละเอียดที่ต้องทำความเข้าใจพอสมควร จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในวิชาปราบเซียนของน้องเด็กสายวิทย์ แต่ในมุมกลับกัน น้อง ๆ รู้ไหมครับว่า การสอบ A-Level เคมี นี่แหละที่เปรียบเหมือนไม้ตายสำคัญในการสอบติดคณะในฝันไม่ว่าจะเป็น คณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ยอดฮิตอย่างแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ หรือแม้แต่ สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ประยุกต์
ยิ่งไปกว่านั้น เกณฑ์การรับสมัครมหาวิทยาลัยในระบบ TCAS มีการปรับเปลี่ยนแทบทุกปี บางคณะเพิ่มน้ำหนักคะแนนเคมี บางสาขาปรับสัดส่วนรูปแบบการคัดเลือกใหม่ ถ้าเรามัววางแผนช้า ก้าวไม่ทันเกม ก็อาจจะพลาดทำโอกาสทองให้หลุดมือจากคณะในฝันไปอย่างน่าเสียดาย บทความนี้พี่หมอเตอร์เลยจะพาน้อง ๆ มาเจาะลึกว่า คณะอะไร ที่ใช้คะแนนเคมีบ้าง พร้อมอัปเดตเกณฑ์ล่าสุดและแชร์เทคนิคการเตรียมตัวสอบ TCAS ให้พร้อมลุยแบบมั่นใจ รับรองว่าถ้าน้องวางแผนดีมีชัยไปกว่าครึ่งแน่นอน
ทำไมพี่หมอเตอร์ถึงบอกว่าวิชานี้คือไม้ตาย ลองคิดตามพี่นะครับ ในขณะที่ฟิสิกส์เน้นการคำนวณจ๋า ๆ และชีววิทยาเน้นความจำแบบจัดเต็ม วิชาเคมีคือลูกผสมที่อยู่ตรงกลางครับ เพราะมันมีทั้งพาร์ทคำนวณที่ต้องใช้ตรรกะ เช่น ปริมาณสารสัมพันธ์ แก๊ส กรด-เบส และพาร์ทบรรยายที่ต้องอาศัยความเข้าใจและจดจำ เช่น พันธะเคมี เคมีอินทรีย์
ความลูกผสมของวิชาเคมีนี่แหละครับ คือเหตุผลที่มันกลายเป็นตัวตัดคะแนนชั้นดี เพราะถ้าใครจับจุดวิชานี้ได้ จะเหมือนกุมความได้เปรียบสองเด้ง ทักษะการคิดวิเคราะห์จากเคมีจะช่วยต่อยอดไปยังวิชาอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้นมาก ในทางกลับกัน ถ้าเราเลือกที่จะ "เท" เคมี คะแนนรวมของน้องจะหายไปฮวบใหญ่เลย จนแทบจะหมดสิทธิ์ลุ้นในคณะที่มีการแข่งขันที่สูงเลยครับ
ถ้าลองมองลึกลงไป เคมีเปรียบเสมือนวิทยาศาสตร์สายกลาง ที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กายภาพเข้ากับวิทยาศาสตร์ชีวภาพ แน่นอนว่าน้อง ๆ ที่อยากเรียน คณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ จะหนีเคมีไม่พ้นเลยครับ เพราะเมื่อเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยวิชาพื้นฐานตัวแรก ๆ ที่ต้องเจอคือ เคมีอินทรีย์ (Organic Chemistry) และชีวเคมี (Biochemistry) เพื่อเอาไปใช้ทำความเข้าใจเรื่องกลไกของยา ระบบการทำงานของร่างกาย และสารเคมีในสิ่งมีชีวิต
ส่วนน้อง ๆ ฝั่ง สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ โดยเฉพาะวิศวกรรมเคมี สิ่งแวดล้อม หรือวัสดุศาสตร์ เคมีก็คือหัวใจหลักในการคำนวณอัตราการเกิดปฏิกิริยาและสมดุลต่าง ๆ ในโรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้นถ้าเราไม่มีพื้นฐานเคมีแน่น ๆ ตั้งแต่ตอน เตรียมตัวสอบ TCAS พี่บอกเลยว่าเข้าไปเรียนต่อปี 1 มีร้องไห้โฮแน่นอนครับ
ถ้าน้องลองกางสถิติการยื่นคะแนนใน TCAS รอบที่ 3 จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า วิชาเคมี A-Level เป็นหนึ่งในวิชาที่มีสัดส่วนคะแนนสูงและใช้บ่อยที่สุดในกลุ่มวิชาสายวิทยาศาสตร์ แถมบางหลักสูตรยังให้น้ำหนักคะแนนเคมีในสัดส่วนที่สูงกว่าวิชาวิทยาศาสตร์บางวิชาด้วยซ้ำ
นั่นหมายความว่า การทำคะแนนเคมีได้ดีไม่ได้ช่วยเพิ่มคะแนนรวมเพียงอย่างเดียว แต่ยังเพิ่มโอกาสในการแข่งขันกับคนอื่น ๆ โดยตรง โดยเฉพาะในคณะยอดนิยมที่มีอัตราการแข่งขันสูง
ดังนั้นถ้าน้อง ๆ กำลังวางแผนเตรียมสอบ TCAS และยังลังเลว่าจะให้ความสำคัญกับวิชาไหนเป็นพิเศษ พี่หมอเตอร์แนะนำเลยครับว่า "อย่ามองข้ามวิชาเคมีเด็ดขาด" เพราะนี่คือหนึ่งในวิชาที่จะทำให้น้องกลายเป็นม้ามืดแซงชนะคู่แข่งได้ทันที
ทั้งนี้ก็มีข้อควรระวังด้วยนะครับ เพราะจากสถิติคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศของ วิชาเคมี A-Level ในแต่ละปีมักจะเกาะกลุ่มกันอยู่ที่ประมาณ 20-30 คะแนนจาก 100 คะแนนเต็มเท่านั้น แปลว่าถ้าใครสามารถเตรียมตัวจนทำคะแนนได้ 50-60 คะแนน ++ ได้ คะแนนของน้องจะพุ่งแซงคู่แข่งนับหมื่นคนทันที นี่แหละครับความทรงพลังของคำว่าวิชาไม้ตายที่พี่บอก

คราวนี้เรามาเข้าสู่เช็กลิสต์กันดีกว่าครับว่า คณะอะไร ที่ใช้คะแนนเคมีบ้าง พี่หมอเตอร์สแกนมาให้แล้ว โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มยอดฮิตหลัก ๆ ที่เด็กสายวิทย์เล็งกันไว้มากที่สุด มาดูกันเลยครับ
กลุ่มนี้บอกเลยว่าเคมีคือลมหายใจครับ เพราะเป็นคณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพที่ต้องดีลกับโครงสร้างร่างกาย ยารักษาโรค และสารเคมีในสิ่งมีชีวิตโดยตรง
สาขายอดนิยมในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ
สำหรับทีมสายเทคโนโลยีและการคำนวณ ฝั่งสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ จะเน้นใช้เคมีในเชิงการควบคุมกระบวนการผลิต ปฏิกิริยาในโรงงาน และคุณสมบัติของวัสดุใหม่ ๆ ครับ ซึ่งหลายคนคิดว่าวิศวะจะเน้นแค่ฟิสิกส์กับคณิตศาสตร์ แต่ความจริงแล้วมีหลายสาขาเลยที่ถ้าไม่เก่งเคมีคือเรียนเหนื่อยแน่นอน
สาขายอดนิยมในกลุ่มวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์
สาขาเหล่านี้น้องต้องต้องเข้าไปคลุกคลีกับเรื่องคุณสมบัติของสาร การเปลี่ยนแปลงทางเคมี แถมยังต้องเอาไปปรับใช้จริงในโลกอุตสาหกรรมด้วย พี่บอกเลยว่าวิชาเคมีเป็นฐานรากชิ้นสำคัญที่ทิ้งไม่ได้เลย ตั้งแต่สอบเข้า ยาวไปจนถึงตอนเรียนในมหาวิทยาลัยครับ
ปิดท้ายด้วยสายแปรรูปและนวัตกรรมอาหาร คณะฝั่ง Food Science หรืออุตสาหกรรมเกษตร จะใช้เคมีเพื่อเข้าไปทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของสารอาหาร การถนอมอาหาร และบรรจุภัณฑ์ครับ
สาขายอดนิยมในกลุ่ม
การเรียนในสาขาพวกนี้ น้องๆ จะได้คลุกคลีกับเรื่ององค์ประกอบทางเคมีของอาหาร สารอาหาร การถนอมอาหาร พัฒนาโปรดักต์ใหม่ และการควบคุมคุณภาพเป็นหลักเลย รวมไปถึงเรื่องสำคัญอย่างการใช้สารเคมีทางการเกษตรให้ปลอดภัยด้วย พี่บอกเลยว่าได้ความรู้ไปต่อยอดแบบจุก ๆ แถมได้โชว์ฝีมือยาว ๆ แน่นอนครับ
💡Tips & Tricks จากพี่หมอเตอร์ : อย่าโฟกัสแค่ว่าคณะไหนใช้คะแนนเคมี แต่ให้ดูด้วยว่าคณะนั้น "ให้น้ำหนักคะแนนเคมีมากแค่ไหน" เพราะบางคณะใช้เปอร์เซ็นต์นิดเดียว แต่บางคณะให้สัดส่วนสูงมากจนกลายเป็นตัวชี้ขาดเลยว่าเราจะติดไม่ติด พี่บอกเลยว่าจุดนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด
น้อง ๆ เห็นไหมครับว่าไม่ว่าจะหันไปทางคณะไหนในสายวิทย์ วิชาเคมีก็เข้าไปแทรกซึมอยู่ทุกที่จริง ๆ ดังนั้นวิชาเคมีใครคิดจะเท พี่หมอเตอร์ขอบอกเลยครับว่า “พลาดมาก”

มาถึงพาร์ทสำคัญที่น้อง ๆ หลายคนมักจะสับสนกันบ่อยมาก เพราะระบบสอบเปลี่ยนบ่อยเหลือเกิน พี่หมอเตอร์เลยขอมาเจาะลึกเกณฑ์ TCAS อัปเดตล่าสุด แบบเข้าใจง่าย ๆ สรุปโครงสร้างคะแนนวิชาเคมีในปัจจุบันให้เห็นภาพชัดเจนกันไปเลยครับ จะได้ไม่งงเวลาระบบเปิดรับสมัคร
ตอนนี้ระบบ TCAS ได้รวบวิชาสามัญเดิมมาเป็นข้อสอบ A-Level วิชาเคมี แบบเต็มตัว โดยรูปแบบข้อสอบจะเน้นการวัดความรู้เชิงประยุกต์ มีทั้งหมด 35 ข้อ คะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยให้เวลาทำ 90 นาที
มีทั้งปรนัย เลือกตอบ และอัตนัย เติมตัวเลขคำนวณ โจทย์จะไม่ได้ถามตรง ๆ ท่องจำแล้วตอบเหมือนสมัยก่อน แต่จะยกสถานการณ์จำลอง การทดลอง หรือกราฟมาให้เราวิเคราะห์แล้วแก้ปัญหา
สำหรับคนที่ตั้งเป้าหมายจะเข้า คณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ หรือ สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ คะแนนในกลุ่ม TPAT คือสิ่งที่จะมองข้ามไม่ได้เลยครับ
TPAT1 (ความถนัดแพทย์) ใช้ยื่นในกลุ่ม กสพท เช่น แพทย์, ทันตะ, เภสัช, สัตวแพทย์แม้จะไม่ได้ออกเนื้อหาเคมีจ๋า ๆ โดยตรง แต่จะเน้นการคิดอย่างมีวิจารณญาณ จริยธรรมแพทย์ และความเชื่อมโยง ซึ่งต้องใช้ตรรกะทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานในการทำข้อสอบ
TPAT3 (ความถนัดด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์) คณะวิศวะส่วนใหญ่ และคณะสายวิทย์ประยุกต์ในหลายมหาวิทยาลัยกำหนดใช้คะแนนนี้ โดยตัวข้อสอบจะทดสอบความถนัดเชิงช่าง การคิดเชิงวิเคราะห์ และพื้นฐานวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ซึ่งมีพาร์ทเคมีอุตสาหกรรมและเคมีสิ่งแวดล้อมแทรกอยู่ด้วย
อย่าคิดว่าวิชาเคมีจะสำคัญแค่ TCAS รอบที่ 3 เท่านั้นนะครับ เพราะในรอบที่ 2 หรือรอบโควตา ของหลายมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะคณะสายแพทย์ เภสัช หรือวิศวกรรมศาสตร์โครงการพิเศษ หลายมหาวิทยาลัยชั้นนำกำหนด เกณฑ์เคมีเป็นตัวคัดกรองตั้งแต่ด่านแรก เช่น SAT II, AP หรือการผ่านค่ายสอวน. เคมี ซึ่งบางมหาวิทยาลัยก็จัดสอบตรงวิชาเคมีของตัวเองเลย
เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนสนามสอบจริงก็จะเปิดแล้วครับน้อง ๆ ใครที่ยังรู้สึกว่าเนื้อหาเคมียังตีกันมั่วในหัว ไม่ต้องกังวลนะครับ วันนี้พี่หมอเตอร์มีเทคนิคการเตรียมตัวสอบเคมีให้ทัน แบบสับ แบบคนเวลาน้อยแต่เก็บคะแนนได้เนื้อ ๆ มาฝาก วางแผนตามนี้รับรองว่าเก็บครบชัวร์ครับ
การจะเก็บ วิชาเคมี A-Level ให้ทันและมีความสุขไปกับมัน น้อง ๆ แค่แบ่งการเรียนและ เตรียมตัวสอบ TCAS แล้วค่อย ๆ เดินไปทีละขั้น ไม่ต้องกดดันตัวเองจนเกินไปครับ
โค้งที่ 1 เก็บเนื้อหาและปูพื้นฐานให้แน่น
ช่วงเปิดเทอม 1 (พฤษภาคม - สิงหาคม) เน้นเก็บเนื้อหาเคมี ม.4 - ม.6 ให้ครบทุกบท โดยเฉพาะบทที่เป็นหัวใจสำคัญและออกสอบบ่อย เช่น ปริมาณสารสัมพันธ์ เคมีอินทรีย์ สรุปสูตรและคอนเซปต์สำคัญทำเป็น Short Note เข้าใจง่ายในแบบของตัวเองไว้ด้วย
โค้งที่ 2 ตะลุยโจทย์แบบเจาะลึกทีละบท หาจุดที่ยังพลาด
ช่วงปิดเทอมเล็ก (กันยายน - พฤศจิกายน) เริ่มนำข้อสอบเก่าหรือแนวข้อสอบสไตล์ สสวท. มาฝึกทำแบบแยกทีละบท เพื่อเช็กดูว่าเรายังมีจุดไหนที่ไม่เข้าใจหรือยังคำนวณพลาดบ่อย ๆ ยิ่งช่วงพฤศจิกายนระบบจะเริ่มเปิดรับสมัครสอบ TGAT/TPAT ต้องแบ่งเวลาไปทบทวนพาร์ทความถนัดควบคู่ไปด้วย
โค้งที่ 3 จำลองสนามสอบจริงจับเวลา
ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนสอบ (ธันวาคม - มีนาคม) เอาข้อสอบเก่ารวมฉบับย้อนหลังทุกปี มานั่งจับเวลาทำจริง 90 นาทีต่อชุด เพื่อฝึกบริหารเวลา เพราะในสนามสอบจริงเฉลี่ยแล้วเรามีเวลาทำข้อสอบเคมีเพียงข้อละประมาณ 2 นาทีครึ่งเท่านั้น การฝึกจับเวลาจะช่วยลดความตื่นเต้นและสร้างความคุ้นเคยได้ดีที่สุดครับ
นอกจากการอ่านหนังสือแล้ว การติดตามข่าวสารการรับสมัครก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะเกณฑ์การคัดเลือก สัดส่วนคะแนน และคุณสมบัติผู้สมัครอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละปี ซึ่งแหล่งข้อมูลเช็กเกณฑ์การรับสมัครที่เชื่อถือได้ คือ
อย่าดูแค่โพสต์เก่าหรือสรุปที่ไม่เป็นทางการ เพราะเกณฑ์สัดส่วนคะแนน คุณสมบัติ หรือจำนวนรับเปิดรับ มีสิทธิ์เปลี่ยนได้ทุกปีเลย พี่อยากให้เช็กข้อมูลล่าสุดเสมอ จะได้ไม่พลาดโอกาสสำคัญ
สุดท้ายนี้ พี่หมอเตอร์อยากให้น้อง ๆ จำไว้เสมอว่าความพยายามไม่เคยทรยศใครแน่นอนครับ วิชาเคมีที่ใครบอกว่ายากและเป็นวิชาปราบเซียน ความจริงแล้วมันคือโอกาสชิ้นโตที่จะทำให้น้องก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ยิ่งน้องเริ่มต้น เตรียมตัวสอบ TCAS ตั้งแต่เนิ่น ๆ รู้ว่าคณะอะไรที่ใช้คะแนนเคมีบ้าง และสะสมความเข้าใจไปทีละนิด น้องจะพบว่าตัวเองสามารถเอาชนะข้อสอบชุดนี้ได้อย่างแน่นอน ความฝันในการเข้ามหาวิทยาลัยและคณะที่รักอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้วครับ ขอแค่เชื่อมั่นในตัวเอง แล้วก้าวไปข้างหน้าพร้อม ๆ กับพี่เลยครับ ^^

ทางลัดสู่ความสำเร็จ มาติดปีกวิชาเคมีไปด้วยกันที่ Aeroplane Center
สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่อยากได้ตัวช่วยดี ๆ ที่จะมาเปลี่ยนวิชาเคมี จากเรื่องชวนปวดหัว ให้กลายเป็นวิชากอบโกยคะแนนอันดับหนึ่ง เพื่อล็อกความมั่นใจสู่คณะในฝัน พี่หมอเตอร์พร้อมแล้วที่จะพาน้อง ๆ ไปลุยสมรภูมิ A-Level เคมี , NETSAT เคมี , สอวน.เคมี ด้วยคอร์สเรียนสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ Aeroplane Center เน้นสอนด้วยเทคนิค คิดให้เห็นภาพชัดเจน เข้าใจง่าย ไม่ต้องนั่งท่องจำแบบเดิม ๆ เลือกคอร์สที่ใช่แล้วมาลุยไปด้วยกันได้เลย
ก้าวแรกสู่คณะในฝัน ไม่ว่าน้องจะมีพื้นฐานเคมีระดับไหน พี่หมอเตอร์พร้อมที่จะเป็นลมใต้ปีกพาน้อง ๆ ทุกคนไปถึงเป้าหมายและประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน ลองแวะเข้ามาพูดคุยและเลือกคอร์สเรียนที่เหมาะกับเป้าหมายของน้องได้ที่ Aeroplane Center แล้วมาคว้าคะแนนปัง ๆ ไปด้วยกันนะครับ ^^
Q : ถ้าคะแนนเคมีไม่ดี ยังสามารถเข้าคณะสายวิทย์ได้ไหม?
A : ได้ครับ ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของคณะนั้นๆ ว่าใช้สัดส่วนคะแนนเคมีมากน้อยเพียงใด บางคณะอาจเน้นฟิสิกส์หรือชีววิทยามากกว่า
Q : เกณฑ์คะแนนเคมี TCAS แต่ละปีเปลี่ยนบ่อยไหม?
A : มีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของคณะและมหาวิทยาลัย แนะนำให้เช็ก "ระเบียบการฉบับล่าสุด" ของแต่ละปีเสมอนะครับ
Q : ต้องสอบเคมี A-Level หรือไม่ ถ้าจะเข้าคณะวิศวะ?
A : ส่วนใหญ่คณะวิศวกรรมศาสตร์กำหนดให้ใช้คะแนน A-Level เคมีและฟิสิกส์ แต่ควรตรวจสอบสัดส่วนคะแนนในเว็บคณะอีกครั้งนะครับ
Q : เริ่มเตรียมตัวสอบเคมี TCAS ตอนไหนถึงจะดีที่สุด?
A : ช่วงม.5 คือช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการเก็บเนื้อหา เพื่อให้ม.6 เป็นช่วงของการตะลุยโจทย์ครับ