อ่าน A-Level เคมี แทบตาย แต่สุดท้ายคณะที่เราอยากเข้าดันไม่ใช้คะแนนวิชานี้ แล้วที่อ่านมาทั้งหมดจะเสียเปล่าไหมครับ? หรือบางคณะที่ไม่ใช่สายแพทย์ จำเป็นต้องสอบ A-Level เคมี ด้วยหรือเปล่า? พี่หมอเตอร์เชื่อว่าคำถามนี้น่าจะวนอยู่ในหัวของน้อง ๆ สายวิทย์หลายคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านอยู่แน่นอนครับ เพราะเนื้อหาเคมีทั้งอินทรีย์ อนินทรีย์ และคำนวณนั้นไม่ใช่เล่น ๆ ถ้าอ่านผิดจุดหรืออ่านเกินความจำเป็น มีหวังเสียเวลาฟรีแน่นอนครับ
บทความนี้ Aeroplane เลยรวบรวมรายชื่อว่า คณะไหนใช้คะแนนเคมี A Level แบบจัดเต็ม พร้อมเจาะลึกเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ และทริคประเมินเซฟโซนมาให้เช็กกันแบบครบจบในที่เดียว น้อง ๆ คนไหนที่กำลังเล็งคณะสายวิทย์สุขภาพ วิศวะ หรือวิทยาศาสตร์อยู่ ตามพี่หมอเตอร์มาเช็กลิสต์แล้วเตรียมวางแผนพิชิตคณะในฝันไปพร้อมกันเลยครับ
สำหรับน้องสายวิทย์ที่กำลังวางแผนสอบ TCAS คะแนน A-Level เคมี ถือเป็นอีกหนึ่งวิชาที่มีผลต่อการยื่นเข้าหลายคณะ โดยเฉพาะกลุ่มสายวิทย์สุขภาพและวิทยาศาสตร์ครับ แต่ละคณะให้น้ำหนักคะแนนไม่เท่ากัน ดังนั้นรู้เกณฑ์ก่อน จะช่วยให้น้องวางแผนอ่านได้ถูกวิชาและไม่เสียแรงไปแบบฟรี ๆ
ในกลุ่มคณะสายแพทย์ ทันตแพทย์ หรือสัตวแพทย์ รวมถึงสายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและวิศวกรรมบางสาขา คะแนน A-Level เคมีมักถูกกำหนดให้มีสัดส่วนน้ำหนักในการคัดเลือกที่ค่อนข้างสูงครับ เนื่องจากเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดวิชาชีพเฉพาะทาง ดังนั้นการเช็กสัดส่วนคะแนนของแต่ละมหาวิทยาลัยจึงช่วยให้เราจัดลำดับความสำคัญในการอ่านหนังสือได้อย่างตรงจุดและไม่หลงทางครับ
เพราะเนื้อหาเคมีมีความซับซ้อนและผสมผสานระหว่างการท่องจำและการคำนวณ ทำให้หลายมหาวิทยาลัยใช้คะแนนวิชานี้เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำเพื่อคัดกรองน้อง ๆ ที่มีความพร้อมจริง ๆ หากใครทำคะแนนส่วนนี้ได้โดดเด่น ก็จะมีโอกาสก้าวขาเข้าไปอยู่ในเซฟโซนและคว้าที่นั่งในคณะในฝันได้ง่ายขึ้นนั่นเองครับ
💡สรุป ถ้าน้องมีเป้าหมายชัดว่าอยากเข้าคณะไหน อย่าเพิ่งทุ่มอ่าน A-Level แบบหว่านทุกวิชาโดยไม่ดูเกณฑ์ครับ พี่หมอเตอร์แนะนำให้เริ่มจากเช็กก่อนว่า A-Level เคมี คณะไหนบ้าง ที่ใช้คะแนน และแต่ละที่ให้น้ำหนักเท่าไร จากนั้นค่อยจัดลำดับความสำคัญในการอ่านและตั้งเป้าคะแนนให้เหมาะกับสนามที่เราจะลงแข่ง แบบนี้จะช่วยให้การเตรียมตัวมีทิศทางและใช้เวลาได้คุ้มค่าที่สุดครับ

อยากรู้กันแล้วใช่ไหมครับว่ามีคณะไหนบ้างที่บังคับใช้คะแนน A-Level เคมี สำหรับหัวข้อนี้พี่หมอเตอร์สรุป 4 กลุ่มคณะยอดฮิตตัวท็อปมาให้ดูแบบชัด ๆ เพื่อให้น้อง ๆ ใช้เป็นเข็มทิศในการวางแผนยื่นคะแนน TCAS ได้ตรงเป้าครับ
สำหรับคณะในฝันของสายวิทย์อย่างแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์ คะแนน A-Level เคมี จะถูกนำไปรวมอยู่ในหมวดวิชาวิทยาศาสตร์ อย่างฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา โดยในรอบ Admission กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์นี้จะมีสัดส่วนน้ำหนักคะแนนรวมกันสูงถึง 30% ซึ่งถือเป็นแต้มต่อสำคัญที่จะพาพุ่งทะยานสู่คณะแพทย์ได้เลยครับ
คณะสายวิชาชีพสุขภาพเหล่านี้จำเป็นต้องใช้พื้นฐานทางเคมีเพื่อต่อยอดในการเรียนวิชาการใช้ยา สารเคมีในห้องปฏิบัติการ และชีวเคมีทางการแพทย์ บางมหาวิทยาลัยจึงกำหนดให้ใช้คะแนน A-Level เคมีแยกเดี่ยว ๆ หรือนำไปคำนวณร่วมกับหมวดวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ด้วยสัดส่วนราว ๆ 15% - 25% เพื่อคัดเลือกคนที่แน่นพื้นฐานจริง ๆ
แม้ภาพจำวิศวะจะเน้นเลขกับฟิสิกส์เป็นหลัก แต่สำหรับสาขาเฉพาะทางอย่างวิศวกรรมเคมี ปิโตรเคมี สิ่งแวดล้อม หรือชีวการแพทย์ คะแนน A-Level เคมี คือหัวใจสำคัญลำดับต้น ๆ โดยมีการให้น้ำหนักคะแนนในวิชานี้เพื่อวัดความเข้าใจโครงสร้างสารและการคำนวณเชิงอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง
กลุ่มนี้บอกเลยว่าหนีไม่พ้นแน่นอน เพราะต้องใช้ความรู้ทางเคมีไปตลอด 4 ปีในมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นภาควิชาเคมีโดยตรง เทคโนโลยีชีวภาพ หรือ Food Science บางสถาบันให้สัดส่วนคะแนน A-Level เคมี สูงลิ่วถึง 25% - 30% เรียกได้ว่าถ้าเคมีรอด โอกาสติดคณะกลุ่มนี้ก็อยู่ในกำมือแล้วครับ
💡สรุป เห็นไหมครับว่า คณะที่ใช้คะแนนเคมี A Level ไม่ได้มีแค่สายแพทย์ แต่ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มสุขภาพ สหเวชศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ไปจนถึงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการเกษตรเลยครับ ที่สำคัญแต่ละมหาวิทยาลัยอาจกำหนดวิชาที่ใช้และสัดส่วนคะแนนไม่เหมือนกัน ดังนั้นน้อง ๆ ควรใช้ลิสต์นี้เป็นแนวทางแล้วกลับไปเช็กเกณฑ์ TCAS ของคณะและมหาวิทยาลัยที่ตัวเองสนใจอีกครั้ง เพื่อให้รู้ว่าต้องทุ่มคะแนน A-Level เคมีมากแค่ไหน และจะได้วางแผนอ่านหนังสือได้แบบไม่หลุดเป้าครับ
หลายคนมักคิดว่าคะแนนรวมเฉลี่ยถึงเกณฑ์ก็พอแล้วโดยไม่เช็กรายละเอียดให้ดี แต่รู้ไหมครับว่าความประมาทเรื่องคะแนนขั้นต่ำรายวิชาและค่าน้ำหนักนี่แหละที่ทำให้เด็กเก่งหลายคนต้องหลุดคณะในฝันมานักต่อนักแล้ว ดังนั้นเรามาเช็กจุดสำคัญที่ต้องระวังกันเลยครับ
เกณฑ์ขั้นต่ำไม่ได้มีเหมือนกันทุกคณะหรือทุกมหาวิทยาลัยครับ และอาจเปลี่ยนแปลงตามรอบรับสมัครและปีการศึกษา ดังนั้นน้องต้องอ่านประกาศรับสมัครของหลักสูตรนั้น ๆ ให้ละเอียด โดยเฉพาะคณะที่มีการแข่งขันสูง เช่น กลุ่มแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สหเวชศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์บางสาขา
เพราะอาจมีการกำหนดคะแนนขั้นต่ำของวิชา A-Level หรือคะแนนรวมเอาไว้ หากปีที่น้องสมัครกำหนดให้ต้องได้คะแนนเคมีไม่น้อยกว่า 30% ก็ต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์นี้ก่อน จึงจะมีสิทธิ์เข้าสู่การคัดเลือกตามขั้นตอนต่อไปครับ
สมมติว่าคณะเป้าหมายกำหนดสัดส่วนคะแนน A-Level เคมีไว้ที่ 20% ของคะแนนรวมทั้งหมดในรอบ Admission ถ้าน้องตั้งเป้าอยากได้คะแนนรวมรอบนี้สูง ๆ แปลว่าเราต้องคำนวณย้อนกลับมาดูว่า ในข้อสอบ A-Level เคมี เต็ม 100 คะแนนนั้น เราควรทำให้อย่างน้อยแตะระดับ 60-70 คะแนนขึ้นไป เพื่อดึงน้ำหนักคะแนน 20% นี้ให้ปลอดภัยที่สุด
เพียงแค่การรู้ค่าน้ำหนักล่วงหน้าจะช่วยให้เราประเมินได้ว่าควรทุ่มเวลาทำโจทย์บทคำนวณหนัก ๆ อย่างปริมาณสารสัมพันธ์หรือกรด-เบส มากแค่ไหน เพื่อไม่ให้เสียแรงไปอ่านจุดที่สัดส่วนคะแนนน้อยเกินไป รู้ว่าควรทุ่มเวลาให้วิชาไหนถึงจะมีโอกาสลุ้นครับ
การเตรียมสอบ A-Level ไม่ควรดูแค่คะแนนเต็ม 100 หรือดูว่าวิชาไหนยากง่ายเท่านั้นครับ แต่ต้องดูทั้งคะแนนขั้นต่ำและค่าน้ำหนักของแต่ละวิชาไปพร้อมกัน ก่อนเริ่มตะลุยโจทย์ลองย้อนกลับไปดูเกณฑ์คณะที่อยากเข้า แล้วตั้งเป้าคะแนนให้สูงกว่า Minimum Score จะช่วยเพิ่มความอุ่นใจและวางแผนอ่านหนังสือได้แม่นขึ้นครับ
เมื่อรู้เป้าหมายและสัดส่วนคะแนนกันแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการลุยอ่านหนังสือแบบมีกลยุทธ์ เพราะต่อให้มีเวลาเหลือเยอะแค่ไหน แต่ถ้าจัดลำดับความสำคัญผิดชีวิตก็เปลี่ยนได้เหมือนกันครับ การวางแผนที่ดีจะช่วยให้น้อง ๆ ดึงศักยภาพออกมาใช้ได้เต็มที่ก่อนเดินเข้าห้องสอบจริง
สำหรับกลุ่มสายแพทย์และทันตแพทย์ คะแนน A-Level เคมีควรจะเกาะกลุ่มอยู่ในโซน 60-70 คะแนนขึ้นไปถึงจะเรียกว่าอุ่นใจ เพราะการแข่งขันสูงมากและตัวท็อป ๆ มักจะทำคะแนนได้ดี ส่วนกลุ่มวิศวกรรมศาสตร์หรือสายวิทยาศาสตร์สุขภาพอื่น ๆ อาจจะยืดหยุ่นลงมาหน่อยอยู่ที่ประมาณ 40-50 คะแนนขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของข้อสอบในแต่ละปี การตั้งเป้าหมายให้สูงเข้าไว้ก่อนจะช่วยให้เรามีพื้นที่ปลอดภัยเวลามີข้อผิดพลาดเกิดขึ้นครับ
เนื้อหาเคมี ม.ปลาย มีเยอะจนชวนปวดหัว แต่ข้อสอบ A-Level มักจะออกเน้นจุดเดิม ๆ ที่เด็กสายวิทย์ต้องแม่น เช่น ปริมาณสารสัมพันธ์, อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี, สมดุลเคมี, กรด-เบส และที่ขาดไม่ได้เลยคือเคมีอินทรีย์ (Organic Chemistry) ที่ออกสอบเยอะและเก็บแต้มได้ค่อนข้างชัวร์หากเข้าใจกลไก ถ้าน้อง ๆ เริ่มเก็บจากบทเหล่านี้ก่อน จะช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มความมั่นใจเวลาเจอโจทย์ยาก ๆ ในห้องสอบได้เพียบ
💡สรุป การวางแผนอ่านหนังสือโดยเน้นบทที่ออกสอบบ่อยควบคู่กับการประเมินคะแนนเซฟโซน จะช่วยให้น้องๆ เดินเข้าห้องสอบ A-Level เคมีได้อย่างมั่นใจ ไร้ความกังวล และพร้อมคว้าเก้าอี้ในคณะในฝันมาครองได้อย่างแน่นอนครับ

เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายของการเตรียมตัว TCAS แล้ว อย่าปล่อยให้ความกังวลเรื่องคะแนนเคมีและวิชาเฉพาะแพทย์มาฉุดรั้งความฝันของน้อง ๆ ไว้ครับ การมีเป้าหมายที่ชัดเจนประกอบกับตัวช่วยที่มีคุณภาพ จะเปลี่ยนสนามสอบที่แสนกดดันให้กลายเป็นพื้นที่โชว์ศักยภาพได้อย่างแท้จริง
พี่หมอเตอร์พร้อมพาเด็ก ๆ ทุกคนก้าวข้ามทุกขีดจำกัดด้วยเทคนิคการตัดช้อยส์ วิเคราะห์โจทย์ และทริคลัดที่กลั่นกรองมาจากประสบการณ์สอนเคมีมากกว่า 10 ปี การันตีด้วยผลงานลูกศิษย์สอบติดคณะแพทย์และสายวิทยาสุขภาพทุกปีรวมกว่า 1,000 คน ภายใต้ดีกรีแพทยศาสตรบัณฑิตจากโรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล (พ.บ.) ที่พร้อมเคียงข้างให้คำปรึกษาน้องทุกคนแบบตัวต่อตัวจนกว่าจะคว้าเก้าอี้ในคณะในฝันมาครองได้สำเร็จ
ไม่ว่าเป้าหมายของน้อง ๆ จะคือคณะสายแพทย์ วิศวะ หรือวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ที่ Aeroplane เรามีคอร์สเรียนคุณภาพที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกสถานการณ์ความพร้อม เลือกคอร์สที่ใช่แล้วลุยไปพร้อมกับพี่ได้เลยครับ

Final Call Chemistry : Entrance เคมี เนื้อหา ม.4-6 พร้อมตะลุยโจทย์ทุกปี
พี่หมอเตอร์จะพาน้องเรียนตั้งแต่แก่นของเคมี ม.ปลายแบบครบทุกบท อิงตามหลักสูตร สสวท. พร้อมเชื่อมโยงเนื้อหาไปสู่การประยุกต์ทำโจทย์จริง มีทั้งเทคนิคการมองโจทย์และตัวเลขเพื่อประหยัดเวลา ตะลุยโจทย์ A-Level ย้อนหลัง พร้อมเฉลยละเอียด และมี Mind Mapping ช่วยจัดระบบความรู้ให้เห็นภาพรวมของวิชาอย่างเป็นขั้นตอน

Adventure Chemistry : ตะลุยโจทย์เคมี พิชิตทุกสนามสอบ (ฟันคะแนน 80 + สบายๆ)
สำหรับน้องที่เรียนเนื้อหามาครบแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าทำโจทย์ไม่ทัน หรือเจอข้อสอบจริงแล้วไปต่อไม่ถูก คอร์สนี้จะเน้นพาน้องตะลุยโจทย์ พร้อมทบทวนเนื้อหาที่จำเป็นจากโจทย์จริง ฝึกโจทย์แยกบทและโจทย์คละสนาม พร้อมเทคนิคการทำข้อสอบที่ช่วยให้คิดเร็วขึ้น รวมถึง Checklist ประเด็นสำคัญและ Mind Mapping หลังเรียนจบ เหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนความรู้ที่มีให้กลายเป็นคะแนนจริงในห้องสอบครับ

[New] Fast Track Chemistry (เคมี) : พิชิต A-Level เคมีฉบับรวบรัด
ถ้าน้องมีเวลาเตรียมตัวไม่มาก และกำลังมองหาตัวช่วยสำหรับทบทวน A-Level เคมีแบบรวบรัด คอร์สนี้เป็นอีกทางเลือกสำหรับการจัดระบบเนื้อหาและโฟกัสสิ่งสำคัญก่อนลงสนามจริง เหมาะกับคนที่ต้องการประหยัดเวลา แต่ยังอยากมีแนวทางในการเตรียมตัวที่ชัดเจน ไม่ต้องนั่งไล่อ่านทุกอย่างแบบสะเปะสะปะครับ

สำหรับน้องที่อยากท้าทายตัวเองไปอีกขั้นและเตรียมสอบ สอวน.เคมี ค่าย 1 คอร์สนี้จะช่วยปูพื้นฐานเคมี ม.ปลายอย่างเป็นระบบ เน้นความเข้าใจแก่นของเนื้อหา ไม่ใช่การท่องจำเพียงอย่างเดียว พร้อมสรุป Mind Mapping, Checklist ประเด็นสำคัญก่อนสอบ และตะลุยข้อสอบย้อนหลังอย่างละเอียด รวมถึงเทคนิคทำข้อสอบให้แม่นและเร็วครับ
เส้นทางสู่คณะในฝันไม่ได้ไกลเกินเอื้อมหากมีตัวช่วยที่ใช่และแผนการเตรียมตัวที่ดี มาร่วมวางแผนอนาคตและพิชิตทุกสนามสอบไปพร้อมกับพี่หมอเตอร์และ Aeroplane Center ได้เลยวันนี้ เพราะความสำเร็จของน้อง ๆ คือเป้าหมายสูงสุดของพี่ครับ
Q1: คณะพยาบาลศาสตร์ ทุกมหาวิทยาลัย ต้องใช้คะแนน A-Level เคมี ไหม?
Q2: คะแนน A-Level เคมี สำหรับกลุ่ม กสพท (แพทย์, ทันตะ, เภสัช, สัตวแพทย์) คิดเป็นกี่ percent?
Q3: ถ้าไม่ได้สอบ A-Level เคมี จะยังยื่นเข้าคณะสายวิทยาลัยหรือวิศวะได้ไหม?
Q4: คะแนน A-Level เคมี ควรได้เท่าไหร่ถึงจะอยู่ใน "เซฟโซน" สำหรับคณะสายสุขภาพ?