สรุปเคมี A-Level และสูตรที่ต้องรู้ก่อนสอบ!! แบบเข้าใจง่าย

10 มิถุนายน 2026

พี่หมอเตอร์ได้รวมสรุปเคมี A-Level และสูตรสำคัญที่ต้องรู้ก่อนสอบ พร้อมเจาะลึกบทที่ออกข้อสอบบ่อยและเทคนิคการจำแม่นๆฉบับพี่หมอเตอร์ ที่จะช่วยให้น้อง ๆ ทำข้อสอบไวและแม่นยำขึ้นแน่นอน

น้อง ๆ ที่กำลังเตรียมสอบ A-Level เคมี รู้กันไหมครับว่า…ข้อสอบ A-Level วิชาเคมีนี้ มีทั้งหมด 35 ข้อ และมีเวลาให้เพียง 90 นาทีเท่านั้น นั่นแปลว่าเฉลี่ยแล้วน้องมีเวลาแค่ข้อละ 2 นาทีกว่า ๆ เท่านั้น ถ้าเจอโจทย์คำนวณแล้วนึกสูตรไม่ออก เวลาจะหมดเกลี้ยงก่อนทำครบทุกข้อแน่นอน

พี่หมอเตอร์เลยอยากให้น้อง ๆ เข้าใจไว้ตั้งแต่แรกว่า การจำสูตรได้แม่นและเข้าใจที่มาของสูตรนั้นจะช่วยประหยัดเวลาในการทำเคมีพาร์ทคำนวณได้อย่างมหาศาลเลย เพราะเมื่อเห็นโจทย์ปุ๊บก็รู้ทันทีว่าต้องใช้สูตรไหน แทนที่จะมานั่งนึกหรือลองผิดลองถูก

บทความนี้พี่หมอเตอร์ได้รวบรวม สรุปเคมี A-Level ทุกบท ทั้งสูตรสำคัญ แนวข้อสอบที่ออกบ่อย รวมถึงสถิติจริงจากข้อสอบปี 66-69 มาไว้ให้ครบที่เดียว ถ้าพร้อมแล้วน้อง ๆ ตามพี่มาเลยครับ เดี๋ยวพี่พาไปปราบ A-Level เคมีเอง!

🌟ข้อสอบ A-Level เคมี มีกี่ข้อ และมีรูปแบบอย่างไร?

ก่อนจะไปสรุปเนื้อหา น้อง ๆ ต้องเข้าใจโครงสร้างข้อสอบก่อน เพราะรู้ว่าสนามรบหน้าตาเป็นยังไง เราถึงจะวางแผนได้ถูกครับ

🔸ข้อสอบ A-Level เคมี แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้

ส่วนที่ 1 : ปรนัย 5 ตัวเลือก เลือก 1 คำตอบ จำนวน 30 ข้อ (ข้อละ 1 คะแนน รวม 30 คะแนน) ส่วนที่ 2 : อัตนัย (เติมคำตอบ) จำนวน 15 ข้อ (ข้อละ 2 คะแนน รวม 30 คะแนน)

รวมทั้งหมด 45 ข้อ คะแนนเต็ม 60 คะแนน เวลา 90 นาที

💡Tips &​ Tricks พี่หมอเตอร์ : พาร์ทเติมคำตอบมีคะแนนต่อข้อสูงกว่าปรนัยถึง 2 เท่า และหลายข้อต้องคำนวณจริง ดังนั้นใครที่แม่นสูตรจะได้เปรียบมากในพาร์ทนี้ และระวังเรื่องเลขนัยสำคัญด้วยนะครับ เพราะการตอบผิดหลักนัยสำคัญในพาร์ทเติมคำตอบอาจทำให้เสียคะแนนทั้งข้อได้เลยครับ

💗สรุปเคมี A-Level และสูตรที่ออกสอบบ่อย

มาถึงส่วนหลักของบทความแล้วนะครับน้อง ๆ พี่หมอเตอร์จะพาน้อง ๆ ไล่ไปทีละบทเลย โดยพี่จะเน้นสูตรสำคัญและจุดที่ข้อสอบชอบออกเป็นพิเศษให้นะครับ

👑บทที่ 1 : ความปลอดภัยและทักษะในปฏิบัติการเคมี

บทนี้จากสถิติปี 66-69 ออกสอบน้อยมากหรือแทบไม่ออกเลย แต่ถ้าออกก็มักเป็นเรื่องการแปลความหมายของสัญลักษณ์ความเป็นอันตราย (GHS) หรือการระบุอุปกรณ์วัดที่ถูกต้อง เช่น ความแตกต่างระหว่างการใช้บิวเรตกับปิเปต ประเด็นที่ควรรู้คือความแม่นยำ (Accuracy) กับความเที่ยง (Precision) ต่างกันอย่างไร รวมถึงการอ่านค่าจากบิวเรตโดยอ่านที่ส่วนโค้งต่ำสุด (Meniscus)

👑บทที่ 2 : โครงสร้างอะตอมและตารางธาตุ

บทนี้ออกสอบ 1-2 ข้อทุกปี โดยมักจะถามเรื่องการจัดเรียงอิเล็กตรอน แนวโน้มสมบัติในตารางธาตุ และไอโซโทป สิ่งที่ต้องจำให้แม่น ได้แก่

  • จำนวนอิเล็กตรอนสูงสุดในแต่ละชั้น = 2n² 

ชั้น 1 รับได้ 2 ตัว / ชั้น 2 รับได้ 8 ตัว / ชั้น 3 รับได้ 18 ตัว / ชั้น 4 รับได้ 32 ตัว

  • จำนวนนิวตรอน = เลขมวล (A) - เลขอะตอม (Z)
  • แนวโน้มในตารางธาตุ
  • ขนาดอะตอม : เพิ่มลงล่างในหมู่ / ลดจากซ้ายไปขวาในคาบ
  • พลังงานไอออไนเซชัน (IE) : ลดลงล่างในหมู่ / เพิ่มจากซ้ายไปขวาในคาบ
  • อิเล็กโทรเนกาติวิตี (EN) : ลดลงล่างในหมู่ / เพิ่มจากซ้ายไปขวาในคาบ

💡Tips &​ Tricks พี่หมอเตอร์ : ข้อยกเว้นของ Cr (Z=24) และ Cu (Z=29) ที่ดึงอิเล็กตรอนจาก 4s มาทำให้ 3d เต็มครึ่งหรือเต็มทั้งหมด ออกสอบบ่อยมาก จำไว้เลยว่า Cr คือ [Ar] 3d⁵ 4s¹ และ Cu คือ [Ar] 3d¹⁰ 4s¹

👑บทที่ 3 : พันธะเคมี

พันธะเคมีออกสอบ 2-3 ข้อทุกปี และในปี 69 ออกถึง 3 ข้อ สิ่งที่น้อง ๆ ต้องรู้ คือ

🔸ชนิดของพันธะ : พันธะโลหะ / พันธะไอออนิก / พันธะโคเวเลนต์ 

🔸รูปร่างโมเลกุลตาม VSEPR : เส้นตรง / มุมงอ / สามเหลี่ยมแบนราบ / พีระมิดฐานสามเหลี่ยม / จัตุรมุข ฯลฯ 

🔸สภาพขั้ว (Polarity) : พันธะมีขั้วแต่โมเลกุลอาจไม่มีขั้วถ้าเวกเตอร์หักล้างกัน

🔸แรงยึดระหว่างโมเลกุล : London dispersion < dipole-dipole < Hydrogen bond

💡Tips &​ Tricks พี่หมอเตอร์ : โจทย์ชอบถามว่าโมเลกุลไหนมีจุดเดือดสูงกว่าโดยอ้างอิงจากแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล น้องต้องแยกให้ออกระหว่างแรงภายในโมเลกุล (พันธะ) กับแรงระหว่างโมเลกุลนะครับ อย่าสับสนนะครับ

👑บทที่ 4 : โมลและสูตรเคมี

หัวข้อนี้เป็นรากฐานของบทปริมาณสัมพันธ์ ต้องแม่นเรื่องโมล (mol) ก่อนเลย

**สูตรสำคัญ**

จำนวนโมล = มวล (กรัม) ÷ มวลโมเลกุล (g/mol)

จำนวนโมล = จำนวนอนุภาค ÷ 6.022 × 10²³ 

จำนวนโมล = ปริมาตรของแก๊ส ที่ STP (ลิตร) ÷ 22.4

ความเข้มข้น (mol/L) = จำนวนโมล ÷ ปริมาตร (ลิตร)

🔸สูตรอย่างง่าย (Empirical Formula) และสูตรโมเลกุล (Molecular Formula)

สูตรอย่างง่าย คือ สูตรที่แสดงอัตราส่วนจำนวนอะตอมของแต่ละธาตุในโมเลกุลที่น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น กลูโคส (C₆H₁₂O₆) มี สูตรอย่างง่าย คือ CH₂O เพราะ 6 : 12 : 6 ตัดทอนเหลือ 1 : 2 : 1 ได้นั่นเองครับ

🔸วิธีหาสูตรอย่างง่าย

  1. เอา % หรือมวลของแต่ละธาตุ ÷ มวลอะตอม → จะได้โมลของแต่ละธาตุ
  2. หารทุกตัวด้วยค่าที่น้อยที่สุด → จะได้อัตราส่วนเลขเต็ม
  3. นำอัตราส่วนนั้นไปเขียนเป็นสูตรอย่างง่ายได้เลย เช่น 1 : 2 : 1 → CH₂O

🔸จาก สูตรโมเลกุล = สูตรอย่างง่าย × n

โดยน้อง ๆ ต้องไปหา n ซึ่งหาได้จาก n = มวลโมเลกุล ÷ มวลของสูตรอย่างง่าย

ตัวอย่างเช่น ถ้า สูตรอย่างง่าย คือ CH₂O (มวล = 30) และมวลโมเลกุลจริง = 180

โดย n = 180 ÷ 30 = 6 ดังนั้นน้อง ๆ จะได้สูตรโมเลกุล คือ C₆H₁₂O₆

👑บทที่ 5 : สารละลาย

สารละลายมักออกร่วมกับบทปริมาณสัมพันธ์ โดยสูตรที่ต้องจำ ได้แก่

🔸ความเข้มข้นหน่วยต่าง ๆ 

% โดยมวล = (มวลตัวละลาย ÷ มวลสารละลาย) × 100 

% โดยปริมาตร = (ปริมาตรตัวละลาย ÷ ปริมาตรสารละลาย) × 100 

โมลาริตี (M) = โมล ÷ ลิตร

โมแลลิตี (m) = โมล ÷ กิโลกรัมของตัวทำละลาย

เศษส่วนโมล (X) = โมลของสาร ÷ โมลรวมทั้งหมด

🔸สมบัติคอลลิเกทีฟ 

  • การลดลงของจุดเยือกแข็ง : ΔTf = Kf × m
  • การเพิ่มขึ้นของจุดเดือด : ΔTb = Kb × m

👑บทที่ 6 : ปริมาณสัมพันธ์

บทนี้ คือ บทที่ออกสอบมากที่สุดทุกปีในประวัติศาสตร์ โดยถ้าอิงจากสถิติข้อสอบเคมีปี 66-69 ออก 5, 6, 7, และ 6 ข้อตามลำดับ ถือเป็นบทที่ทำคะแนนได้มากที่สุดเลยถ้าน้องแม่น

🔸ขั้นตอนทำโจทย์ปริมาณสัมพันธ์

  1. เขียนสมการเคมีและดุลสมการให้ถูกต้อง
  2. หาโมลของสารที่โจทย์ให้มา
  3. ใช้ mole ratio จากสมการเพื่อหาโมลของสารที่ต้องการ
  4. แปลงโมลกลับเป็นหน่วยที่โจทย์ถาม

🔸สารกำหนดปริมาณ คือ สารที่หมดก่อนและกำหนดปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ได้ 

% ผลได้ (% Yield) = (ผลได้จริง ÷ ผลได้ทางทฤษฎี) × 100

💡Tips &​ Tricks พี่หมอเตอร์ : ก่อนทำโจทย์ปริมาณสัมพันธ์ทุกครั้ง น้อง ๆ ต้องดุลสมการเคมีก่อนเสมอ ถ้าดุลสมการเคมีผิดถึงแม้จะคำนวณถูกก็ได้คำตอบผิดแน่นอนนะครับ

👑บทที่ 7 : สมบัติของแก๊ส

บทนี้ออกสม่ำเสมอ 3-4 ข้อต่อปี โดยข้อสอบชอบหลอกเรื่องหน่วยดังนั้นน้อง ๆ ต้องแม่นหน่วยนะครับ P = ความดัน (atm) V = ปริมาตร (L หรือ m³) n = โมล

R = 0.0821 L·atm/mol·K T = อุณหภูมิ (K เสมอ!)

สูตรที่น้อง ๆ ต้องจำมีดังนี้

กฎของแก๊สในอุดมคติ : PV = nRT 

กฎของดาลตัน : P(รวม) = P₁ + P₂ + P₃ + ... 

กฎของเกรแฮม : อัตราการแพร่ ∝ 1/√M

💡Tips &​ Tricks พี่หมอเตอร์ : ข้อผิดพลาดอันดับ 1 ของบทนี้คือใส่อุณหภูมิเป็น °C แทน K พี่หมอเตอร์เตือนไว้ก่อนเลยว่าถ้าโจทย์ให้มาเป็น °C ต้องบวก 273 ทุกครั้งก่อนคำนวณนะครับ

👑บทที่ 8 : อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

บทนี้ออก 2-4 ข้อ สูตรและแนวคิดที่น้อง ๆ ต้องรู้ คือ

อัตราการเกิดปฏิกิริยา = ปริมาณของสารที่เปลี่ยนแปลงไป ÷ เวลา 

กฎอัตรา : Rate = k[A]ᵐ[B]ⁿ (m และ n หาได้จากการทดลองเท่านั้น ไม่ได้มาจากสัมประสิทธิ์สมการ)

5 ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา ได้แก่ ธรรมชาติของสารตั้งต้น , พื้นที่ผิว , อุณหภูมิ , ตัวเร่ง , ความเข้มข้น

ทฤษฎีการชน : โมเลกุลต้องชนกันแล้วได้พลังงานสูงกว่า Activation Energy (Ea) และต้องชนในทิศทางที่ถูกต้อง

💡Tips &​ Tricks พี่หมอเตอร์ : ข้อสอบมักให้ตารางผลการทดลองแล้วถามให้หาอันดับปฏิกิริยาของแต่ละสาร น้องต้องฝึกเปรียบเทียบแถวในตารางโดยกำหนดให้ตัวแปรอื่นคงที่ก่อนนะครับ

👑บทที่ 9 : สมดุลเคมี

สมดุลเคมีออก 1-3 ข้อต่อปี สูตรหลักที่ต้องรู้ คือ

🔸ค่าคงที่สมดุล : Kc = [C]ᶜ[D]ᵈ / [A]ᵃ[B]ᵇ (ไม่รวมของแข็งและของเหลวบริสุทธิ์)

🔸ความสัมพันธ์ Kp กับ Kc : Kp = Kc(RT)^Δn โดย Δn = โมลแก๊สผลิตภัณฑ์ - โมลแก๊สสารตั้งต้น

🔸หลักของเลอชาเตอลิเย : ระบบจะปรับตัวเพื่อต้านการรบกวนที่เกิดขึ้นเสมอ

  • เพิ่มความเข้มข้นสารตั้งต้น → ปฏิกิริยาไปข้างหน้า
  • เพิ่มความดัน → ปฏิกิริยาไปทางฝั่งที่มีโมลแก๊สน้อยกว่า
  • เพิ่มอุณหภูมิ → ถ้าเป็นดูดความรู้ : ปฏิกิริยาไปข้างหน้า

💡Tips &​ Tricks พี่หมอเตอร์ : การรบกวนสมดุลด้วยความเข้มข้นและความดันไม่ทำให้ค่าคงที่สมดุลเปลี่ยน แต่การรบกวนสมดุลด้วยอุณหภูมิจะทำให้ค่าคงที่สมดุลเปลี่ยน

👑บทที่ 10 : กรด-เบส

กรด-เบสออกข้อสอบประมาณ 4 ข้อทุกปี จัดว่าเป็นบทที่คุ้มค่าในการทำความเข้าใจมากเลยนะครับน้อง ๆ

🔸สูตรสำคัญ 

pH = -log[H⁺] pOH = -log[OH⁻]

pH + pOH = 14 (ที่ 25°C) [H⁺][OH⁻] = Kw = 1.0 × 10⁻¹⁴

Ka = [H⁺][A⁻] / [HA] (กรดอ่อน) Kb = [OH⁻][BH⁺] / [B] (เบสอ่อน)

Ka × Kb = Kw (คู่กรด-เบส conjugate)

🔸สารละลายบัฟเฟอร์ : pH = pKa + log([A⁻]/[HA])

🔸การไทเทรต : ที่จุดสมมูล (Equivalence Point) โมลกรด = โมลเบส (คูณด้วยจำนวน H⁺ หรือ OH⁻ ต่อโมล)

💡Tips &​ Tricks พี่หมอเตอร์ : จุดที่สับสนบ่อยที่สุด คือ การเลือกอินดิเคเตอร์สำหรับการไทเทรต ให้เลือกอินดิเคเตอร์ที่ช่วง pH เปลี่ยนสีครอบคลุมจุดสมมูลของการไทเทรตนั้น ๆ

👑บทที่ 11 : ไฟฟ้าเคมี

ไฟฟ้าเคมีออกสอบ 4 ข้อทุกปีอย่างสม่ำเสมอเช่นกันและเป็นบทที่เก็บคะแนนได้ง่ายมาก ๆ ข้อสอบยังออกลูกเล่นเดิม น้อง ๆ ที่จะเทบทนี้พี่หมอเตอร์อยากให้คิดใหม่นะครับ

🔸สูตรสำคัญ : E°cell = E°(cathode) - E°(anode) โดยถ้า E°cell ค่าบวก ปฏิกิริยาเกิดเองได้ แต่ ถ้า E°cell ค่าลบ ปฏิกิริยาเกิดเองไม่ได้

🔸การจำขั้ว :

  • ขั้วแคโทด (Cathode) : เกิดปฏิกิริยาการรับอิเล็กตรอน (Reduction) จำง่าย ๆ ว่า "Cat Red" = Cathode Reduction
  • ขั้วแอโนด (Anode) : เกิดปฏิกิริยาการให้อิเล็กตรอน (Oxidation) จำง่าย ๆ ว่า "An Ox" = Anode Oxidation

💡Tips &​ Tricks พี่หมอเตอร์ : อย่าลืมว่าในเซลล์อิเล็กโทรไลต์ (Electrolytic Cell) ขั้วบวกคือแอโนด แต่ในเซลล์กัลวานิก (Galvanic Cell) ขั้วลบคือแอโนด อย่าปนกัน ตรงนี้ข้อสอบชอบออกดักมาก

👑บทที่ 12 : เคมีอินทรีย์

เคมีอินทรีย์ คือ อีกรองแชมป์ที่ออกสอบ 4-5 ข้อทุกปี และในปี 69 ออกถึง 5 ข้อ สิ่งที่น้อง ๆ ต้องรู้สำหรับบทนี้ได้แก่

🔸หมู่ฟังก์ชันและสมบัติ :

  • แอลเคน (Alkane) : -C-C- พันธะเดี่ยว : เฉื่อยทางเคมี เกิดปฏิกิริยาการแทนที่
  • แอลคีน (Alkene) : C=C พันธะคู่ : เกิดปฏิกิริยาการเติม
  • แอลไคน์ (Alkyne) : C≡C พันธะสาม : เกิดปฏิกิริยาการเติม
  • แอลกอฮอล์ : -OH มีพันธะ H-bond : จุดเดือดสูง
  • คาร์บอกซิลิกแอซิด : -COOH : จุดเดือดสูงมาก เป็นกรดอ่อน
  • เอสเทอร์ : -COO- เกิดจากกรด + แอลกอฮอล์ (Esterification)
  • เอมีน : -NH₂ เป็นเบสอ่อน : ทำปฏิกิริยากับคาร์บอกซิลิกได้เอไมด์
  • เอไมด์ : -CONH₂ มีพันธะ H-bond : จุดเดือดสูงสุด 

💡Tips &​ Tricks พี่หมอเตอร์ : โจทย์เคมีอินทรีย์มักให้ดูโครงสร้างและถามว่าเกิดปฏิกิริยาประเภทไหน หรือถามชื่อ IUPAC น้องต้องฝึกอ่านโครงสร้างให้คล่องครับ

👑บทที่ 13 : พอลิเมอร์

พอลิเมอร์ออกสอบ 1-2 ข้อต่อปี ไม่ได้เยอะมาก แต่เก็บคะแนนได้ง่ายถ้าน้อง ๆ อ่านครบ

สิ่งที่ต้องรู้ : ประเภทพอลิเมอร์ : Addition Polymer (เช่น PE, PP, PVC) vs Condensation Polymer (เช่น Nylon, PET) มอนอเมอร์และพอลิเมอร์คู่ที่ต้องจำ :

  • เอทิลีน → พอลิเอทิลีน (PE)
  • โพรพิลีน → พอลิโพรพิลีน (PP)
  • ไวนิลคลอไรด์ → PVC
  • กรดเทเรฟทาลิก + เอทิลีนไกลคอล → PET

🔸สมบัติของพลาสติก : Thermoplastic (หลอมได้) vs Thermosetting (หลอมไม่ได้)

🚀สถิติข้อสอบ A-Level เคมี เรื่องไหนออกมากสุด?

จากที่พี่หมอเตอร์ได้วิเคราะห์ข้อสอบ A-Level เคมีย้อนหลัง 4 ปี (ปี 2566-2569) พี่หมอเตอร์สรุปสถิติจำนวนข้อที่ออกในแต่ละบทไว้ดังนี้

สรุปจากตารางสถิตินี้นะครับ

1️⃣อันดับ 1 ปริมาณสารสัมพันธ์ ออกมากที่สุดทุกปี เฉลี่ย 6 ข้อต่อปี ใครแม่นบทนี้ได้เปรียบมาก

2️⃣อันดับ 2 เคมีอินทรีย์ ออกเฉลี่ย 4-5 ข้อ เป็นบทที่กินพื้นที่เยอะมากในข้อสอบ อันดับ 3 กรด-เบส และ ไฟฟ้าเคมี ออกสม่ำเสมอ 4 ข้อทุกปีโดยไม่ขาด ถือว่า "ออกแน่นอน"

💡Tips &​ Tricks พี่หมอเตอร์ : ถ้าเวลาน้องเหลือน้อยและต้องเลือกทุ่มเทกับบทใดบทหนึ่ง ให้เริ่มที่ ปริมาณสารสัมพันธ์ → เคมีอินทรีย์ → กรด-เบส → ไฟฟ้าเคมี ตามลำดับนะครับ

📌ตัวอย่างข้อสอบเคมี A-Level พร้อมเฉลย

1️⃣ข้อที่ 1 : บทโครงสร้างอะตอม (ข้อสอบ A-Level เคมี ปี 67)

ข้อใดไม่ถูกต้อง?

ก. การจัดเรียงขนาด : ³⁸Sr²⁺ < ³⁷Rb⁺ < ³⁴Se²⁻ < ³⁸Sr

ข. การจัดเรียงอิเล็กตรอนของแมกนีเซียมในสถานะพื้น คือ [Ne] 3s²

ค. ธาตุที่มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 1 หรือ 2 ได้แก่ ธาตุกลุ่ม s เท่านั้น

ง. Mg ทำปฏิกิริยากับน้ำได้เร็วกว่า Zn โดยได้ผลิตภัณฑ์ที่มีสมบัติเป็นเบส

จ. ดิวทิเรียม (²₁H) 1 อะตอม ประกอบด้วย อิเล็กตรอน โปรตอน และนิวตรอน อย่างละ 1 อนุภาค

🔸วิธีคิดแบบละเอียด

ข้อ ก. ถูก — Sr²⁺ เสียอิเล็กตรอน 2 ตัว ขนาดเล็กลง / Rb⁺ เสียอิเล็กตรอน 1 ตัว ขนาดเล็กลง / Se²⁻ รับอิเล็กตรอน 2 ตัว ขนาดใหญ่ขึ้น / Sr เป็นอะตอมกลาง การเรียงจากเล็กไปใหญ่แบบนี้ถูกต้องแล้วนะครับ

ข้อ ข. ถูก — Mg เลขอะตอม 12 จัดเรียงได้ 2 8 2 เขียนย่อ คือ [Ne] 3s² ถูกต้องครับ

ข้อ ค. ผิด — ธาตุที่มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 1-2 ตัว ไม่ได้มีแค่กลุ่ม s เพราะธาตุแทรนซิชันอย่าง Cu และ Cr ก็มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 1 ตัวเหมือนกัน แต่อยู่กลุ่ม d นะครับ

ข้อ ง. ถูก — Mg อยู่สูงกว่า Zn ในตารางธาตุและว่องไวกว่า ผลิตภัณฑ์คือ Mg(OH)₂ ซึ่งเป็นเบส ถูกต้องครับ

ข้อ จ. ถูก — ดิวทิเรียมเลขอะตอม 1 เลขมวล 2 จึงมีโปรตอน 1 อิเล็กตรอน 1 นิวตรอน 1 ถูกต้อง

🔸คำตอบ : ข้อ ค.

💡Tips &​ Tricks พี่หมอเตอร์ : โจทย์แบบนี้ให้ตรวจทีละข้อช้า ๆ อย่าเพิ่งรีบตัดข้อ เพราะมักมีตัวเลือกที่ดูถูกแต่ผิดซ่อนอยู่เสมอครับ

2️⃣ข้อที่ 2 : บทพอลิเมอร์ (ข้อสอบ A-Level เคมี ปี 67)

ปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์ในข้อใดต่างจากข้ออื่น?

ก. พอลิสไตรีน (PS)

ข. พอลิเอทิลีน (PE)

ค. พอลิแลคติกแอซิด (PLA)

ง. พอลิไวนิลคลอไรด์ (PVC)

จ. พอลิเตตระฟลูออโรเอทิลีน (PTFE)

🔸วิธีคิดแบบละเอียด

พอลิเมอร์แบ่งเป็น 2 ประเภทหลักตามวิธีเกิด

🔸Addition Polymer : เกิดจากมอนอเมอร์ที่มีพันธะคู่ C=C แล้วแตกพันธะออกมาแล้วต่อกันเป็นสายยาว ไม่มีสารอื่นหลุดออกมา

🔸Condensation Polymer : เกิดจากมอนอเมอร์ 2 ชนิดทำปฏิกิริยากัน แล้วมีโมเลกุลเล็ก ๆ เช่น H₂O หลุดออกมา

เดี๋ยวเรามาไล่ดูทีละตัวเลยครับน้อง ๆ

  • PS, PE, PVC, PTFE → เกิด Addition Polymerization โดยมอนอเมอร์ที่มีพันธะคู่มาต่อกันเป็นพอลิเมอร์สายยาว ๆ
  • PLA (พอลิแลคติกแอซิด) → เกิด Condensation Polymerization โดยมอนอเมอร์คือกรดแลคติกที่มีทั้งหมู่ -OH และ -COOH จะมาทำปฏิกิริยากันแล้วได้ H₂O ออกมา

🔸คำตอบ : ข้อ ค. PLA ต่างจากข้ออื่น

💡Tips &​ Tricks พี่หมอเตอร์ : จำง่าย ๆ ว่าถ้าชื่อพอลิเมอร์มีคำว่า "แอซิด" หรือ "เอสเทอร์" หรือ "เอไมด์" แฝงอยู่ ให้นึกถึง Condensation ไว้ก่อนเลยครับ

3️⃣ข้อที่ 3 : บทโครงสร้างอะตอม (ข้อสอบ A-Level เคมี ปี 68)

ธาตุ A มีการจัดเรียงอิเล็กตรอนเป็น 1s² 2s² 2p⁶ 3s² 3p⁶ 4s¹ ข้อใดไม่ถูกต้อง?

ก. ธาตุ A เป็นโลหะแอลคาไล

ข. ธาตุ A มีจำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 1

ค. ไอออนที่เสถียรของธาตุ A เกิดจากการรับหนึ่งอิเล็กตรอน

ง. ธาตุ A มีจำนวนโปรตอนเท่ากับไอออนที่เสถียรของธาตุ A

จ. การจัดเรียงอิเล็กตรอนของธาตุ A เขียนได้อีกแบบเป็น [Ar]4s¹

🔸วิธีคิดแบบละเอียด

ก่อนอื่นพี่หมอเตอร์ขอให้น้องแปลงการจัดเรียงอิเล็กตรอนของธาตุสมมติเป็นธาตุจริงก่อนเลย

1s² 2s² 2p⁶ 3s² 3p⁶ 4s¹ : A อยู่ หมู่ 1 คาบ 4 แปลว่าธาตุ A คือ โพแทสเซียม (K) นั่นเอง

🔸ข้อ ก. ถูก — K อยู่หมู่ IA เป็นโลหะแอลคาไลแน่นอน

🔸ข้อ ข. ถูก — อิเล็กตรอนชั้นนอกสุดคือชั้น 4s มีอยู่ 1 ตัว เวเลนซ์อิเล็กตรอน = 1 ถูกต้อง

🔸ข้อ ค. ผิด! — K เป็นโลหะ ดังนั้นจะ “เสีย” อิเล็กตรอน 1 ตัวกลายเป็น K⁺ ไม่ใช่ “รับ” อิเล็กตรอนเพิ่มครับ ตรงนี้แหละที่โจทย์แกล้งสลับคำ ระวังให้ดีนะครับ

🔸ข้อ ง. ถูก — จำนวนโปรตอนไม่เปลี่ยนไม่ว่าธาตุจะเป็นอะตอมปกติหรือกลายเป็นไอออน K มีโปรตอน 19 ตัวเสมอ K⁺ ก็ยังมีโปรตอน 19 ตัวเท่ากัน

🔸ข้อ จ. ถูก — [Ar] คือการย่อว่ามีการจัดเรียงเหมือน Ar ในชั้นในทั้งหมด แล้วต่อด้วย 4s¹ เขียนได้ถูกต้อง

🔸คำตอบ : ข้อ ค.

💡Tips &​ Tricks พี่หมอเตอร์ : โจทย์ข้อนี้ดูง่ายแต่แกล้งน้องตรงคำว่า "รับ" กับ "เสีย" อิเล็กตรอน จำหลักการง่าย ๆ ไว้เลยครับว่า โลหะเสียอิเล็กตรอน อโลหะรับอิเล็กตรอน แค่นี้ข้อนี้ทำได้ทันทีเลย!

👉อ่านข้อสอบ A-Level เคมี และ ข้อสอบ 9 วิชาสามัญ เคมีพร้อมเฉลยแบบละเอียด ฟรี!! คลิกที่นี่ 👈 


💗ดูคลิปเฉลยข้อสอบอื่น ๆ ได้ทาง Youtube : เคมี - พี่หมอเตอร์ Aeroplane+ 💗

🚀เทคนิคการจำฉบับ "พี่หมอเตอร์"

เปลี่ยนการท่องจำเป็นการเข้าใจความสัมพันธ์ของตัวแปร

แทนที่น้อง ๆ จะท่องว่า PV = nRT ไปเฉย ๆ ให้ถามตัวเองว่า "ทำไม?" ความดันและปริมาตรเป็นสัดส่วนผกผันกันเพราะถ้าอัดแก๊สให้มีปริมาตรน้อยลง โมเลกุลก็จะชนผนังถี่ขึ้นทำให้ความดันสูงขึ้น เมื่อเข้าใจแบบนี้แล้ว ตอนที่น้อง ๆ จะลืมสูตรแต่ก็ยังสามารถนึกสูตรออกได้เองครับ

“ใช้ Mind Map เชื่อมโยงแต่ละบท”

ตัวอย่างเช่น บทปริมาณสารสัมพันธ์จะเชื่อมกับบทสารละลาย (ผ่านโมลาริตี) และเชื่อมกับบทแก๊ส (ผ่านปริมาตรที่ STP) ถ้าน้องวาด Mind Map ให้เห็นภาพรวมของทุกบทที่เชื่อมกัน จะเห็นว่าเคมีไม่ได้แยกกันอยู่เลย แต่ทุกบทล้วนใช้โมลเป็นตัวเชื่อมทั้งนั้นเลยครับ

‼️ข้อควรระวัง! จุดที่เด็กมักโดนหลอกใน A-Level เคมี

🔸หน่วยของตัวแปรในสูตร

อุณหภูมิต้องเป็น Kelvin เสมอในสูตรแก๊ส : T(K) = T(°C) + 273 ความดันต้องสอดคล้องกับค่า R ที่ใช้ ถ้าใช้ R = 0.0821 ต้องใช้ความดันหน่วย atm และ V ปริมาตรก็ต้องใช้หน่วย L

🔸เลขนัยสำคัญ ในพาร์ทเติมคำตอบ

ข้อสอบ A-Level มักกำหนดให้ตอบในจำนวนหลักที่ระบุมาในโจทย์ ถ้าโจทย์บอกให้ตอบ 3 หลักนัยสำคัญแต่น้องตอบ 4 หลัก อาจถือว่าผิดและไม่ได้คะแนนเลย ดังนั้นอ่านคำสั่งข้อสอบให้ละเอียดทุกครั้งก่อนเขียนคำตอบนะครับ

👉ดูคอร์สติวข้อสอบ A-Level เคมี และ ข้อสอบ 9 วิชาสามัญ เคมี คลิกที่นี่ 👈

🎯บทสรุปและตัวช่วยเพิ่มความมั่นใจ

สูตรเคมีเป็นเพียงเครื่องมือ แต่ความเข้าใจคืออาวุธหลักที่แท้จริง เพราะสนามสอบ A-Level ในยุคนี้ไม่ได้ถามแค่ว่าจำสูตรได้ไหม แต่ถามว่าน้องนำสูตรไปใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันได้ไหม วิเคราะห์ผลการทดลองได้ไหม และตีโจทย์ได้เร็วแค่ไหนภายใต้ความกดดันเวลา

สำหรับน้อง ๆ ที่อ่านสรุปแล้วอยากเจาะลึกและตะลุยโจทย์จริง พี่หมอเตอร์มีคอร์สที่ออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ

🔸คอร์ส Final Call เคมี (Entrance For TCAS) : สอนเนื้อหาครบทุกบทและตะลุยโจทย์ละเอียดทุกปี เข้าใจเคมีแบบไม่ต้องท่อง พร้อมเทคนิคการทำโจทย์ที่คนได้คะแนนระดับประเทศใช้จริง

🔸คอร์ส Adventure เคมี (ตะลุยโจทย์เคมี ม.ปลาย) : ครบเครื่องที่สุด ตะลุยโจทย์ครบทุกปี ทบทวนเนื้อหาจากการทำโจทย์เน้นตรงจุด จนน้องเห็น Pattern ของข้อสอบเคมีที่วนซ้ำทุกปี

🔸คอร์ส Fast Track เคมี (โค้งสุดท้าย A-Level) : สรุปเนื้อหาสั้น กระชับ เน้นตรงจุดที่ข้อสอบออก ประหยัดเวลา คะแนนพุ่ง!

เพราะความสำเร็จของน้อง คือเป้าหมายสูงสุดของพี่หมอเตอร์ มาเรียนเคมีกับพี่หมอเตอร์ น้องจะไม่ได้แค่คอร์สเรียน แต่น้องจะได้ "พี่หมอ" เป็นที่ปรึกษาส่วนตัว สงสัยโจทย์ เนื้อหา วางแผนอ่านหนังสือ หรือวางแผนสอบ ทักถามพี่หมอเตอร์ได้ตลอดเลย พี่คอยซัพพอร์ตดูแลน้อง ๆ ไปจนกว่าน้องจะสอบติดคณะในฝัน ^_^

ไปเอาคณะในฝันของเรามาให้ได้นะครับ!

❓FAQ : คำถามที่พบบ่อย สรุปเคมี A-Level

Q : A-Level เคมี เน้นคำนวณหรือบรรยายมากกว่ากัน?

A : ปัจจุบันสัดส่วนค่อนข้างสมดุล แต่พาร์ทบรรยายจะเน้นการวิเคราะห์เชิงทดลองมากขึ้น ไม่ใช่แค่ถาม-ตอบความจำ ดังนั้นน้องต้องฝึกอ่านกราฟและตีความผลการทดลองควบคู่ไปด้วยนะครับ

Q : จำสูตรได้หมดแต่ทำข้อสอบไม่ได้ ควรทำอย่างไร?

A : แสดงว่ายังขาด "ทักษะการแปลโจทย์" ครับ แนะนำให้ฝึกทำโจทย์แยกบท เพื่อดูว่าตัวเลขที่โจทย์ให้มาคือตัวแปรตัวไหนในสูตร แล้วค่อย ๆ เพิ่มความซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ

Q : สูตรไหนที่ควรเน้นเป็นพิเศษสำหรับปี 69 เป็นต้นไป?

A : ปริมาณสารสัมพันธ์และสมดุลเคมีเป็นบทที่มีคะแนนสูงและต้องใช้สูตรแม่นยำที่สุด แต่อย่าทิ้งเคมีอินทรีย์เด็ดขาด เพราะออกสม่ำเสมอมากครับ

Google+
Line
Line

บทความล่าสุด

aeroplanecenter.

CodexLearn Logo